ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สถิติการใช้งานฟอรั่ม:
จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 100,598
จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 10,032
จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 4,021
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: มินิซีรี่ส์(นิทานก้อม)ท้องถิ่นอีสาน เรื่อง เซียงเมี่ยง  (อ่าน 11361 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 2 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
อู๊ด โคจร
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 146
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,174


คนลำ'มาศ พลัดถิ่น (You'll never drunk alone)


« เมื่อ: 03 เมษายน 2009 »

เกริ่นใส่แคนจักหน่อย
 
เรื่อง ราวของ เซียงเมี่ยง หรือมักสิเอิ่นกันว่า บักเซียงเมี่ยง เป็นเรื่องราวที่มักนำมาเว้าต่อ ๆ กันมา ปากต่อปากแบบนิทานพื้นบ้าน เพื่อให้เกิดความบันเทิงใจ นั่นล่ะ กะมีผู้บันทึกรวบรวมไว้เป็นลายลักษณ์อักษร อยู่ดอกหว๋า แต่ว่าหาอ่านยากคัก ข้าน้อยเอง เคยอ่านฉบับภาษาอีสาน (โตหนังสือไทย) แต่สมัยยังเป็นเณรน้อย กะจำได้แหน่ บ่ได้แหน่ ตามประสาคนขี้ลืม(แต่บ่ลืมขี้....ย่างไปไสกะเอาใส่ท้องไปนำเด้เดียวหนิ ขี้กะดาย)

นั่นล่ะ นอกจากนั้นกะเคยได้ฟัง ตอนนั่นแหน่ ตอนนี้แหน่ สำปะปิ..จากพ่อ จากผู้เฒ่า ผู้นั่น ผู้นี้ ผู้ข้าฯ กะเลยสิเอาหลาย ๆ ตอน มาเว้ารวมกัน ตั้งแต่บักเมี่ยงเกิดจนตาย...แต่ต้นจนจบ ตามความฮู้ ความจำที่มีอยู่นั่นล่ะ อาจสิได้บ่ครบเหมิดซุตอน ดอกเด้อ

ชื่อโตละ คอน เทิงชื่อเมืองนำนั่นล่ะ ที่นำมาเว้าให้ฟังนี้ เป็นแต่เพียงสมมตินาม ตามท้องเรื่องไปซื่อๆ ดอก อย่าสะถือเป็นจริงเป็นจัง เอาไปอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ หรือทางวิชาการ เด้อล่ะ ขะน้อย

แล้ว กะ สำนวนที่นำมาเว้าอยู่หม่องนี่ เป็นสำนวนของผู้ข้าฯเอง อาจสิบ่ตรงกับสำนวนโบราณ บ่ตรงกับสำนวนเดิม กะอย่าสะว่ากันเด้อคะรับ...อ่านเอาความบันเทิง กะแล้วกันเด้อ ขะน้อย....



กระผมจะนำเสนอวันละตอนสองตอน เพื่อให้มันยืดเยื้อครับ  Evil Evil Evil



ตอนที่๑ กำเนิดบักเมี่ยง

ยัง มีเมืองใหญ่กว้าง เฮียกซื่อ “ ทวาลี ” มีพญาทวาละ นั่งเมืองเป็นเจ้า มีมเหสีบ่ทันเฒ่า นามว่า สุวรรณบุปผา เพิ่นปกครองเมืองมา จนอยู่เย็นทั้งภายพื้น ซื่นซื่นพร้อม ชาวประชา หัวม่วน มวลชนสุขลื่นล้น ย่อนบุญเจ้าหน่อพญา ซั่นแหลว ...

กะจั่งว่านั่นล่ะน้อ...แล้วกะใน เมืองทวาลีเอง กะมีผู้ชายผู้นึง ชื่อว่า หมื่นดั้น กับผู้ญิงผู้นึง ชื่อว่า นางปลี แต่งงานอยู่กินนำกันมา กะหลายปีเติบล่ะหวา...กะยังบ่ทันมีลูก (น่าน น่าน เว้าแบบนี้ แสดงว่าใกล้สิมีลูกแล้วเด้หนิ..)

อยู่มามื้อนึง ยามกลางคืน นางปลี (ฮู้ย..เอิ้นบ่แซบ...เอิ้นเลาว่า แม่ใหญ่ปลีซะเนาะ จั่งถนัดปาก.... เอ๋า เลาบ่ทันได้เฒ่าสิไปเอิ้นเลาว่าแม่ใหญ่จั่งได๋เนาะ เดี๋ยวเลาสิเคียดเด้ ....บ้อ บ่เอิ้นกะได้ขั่นน่ะ) นางปลี กะนอนหลับ ฝันว่า

เจ้าของ หิวข้าว ย่างไปหาเก็บกินขี้หลักเหยี่ย จนว่าอิ่มท้องแป้แล้ (เว้าปานเป็นปลวก เป็นมอด เป็นแบคทีเรีย เด้เดียวหนิ)

ตื่นขึ้น กะประหลาดใจบักอย่างขนาด เลยไปหาพราหมโณเฒ่า (พ่อพราหมณ์นั่นล่ะ) แถว ๆ นั้น เว้าความฝันให้ฟังว่า

“ มื้อคืนนี้ ฝันเป็นปะหลาดต่าง ฝันว่า ข้าน้อยย่าง เลาะเก็บกิน หยากไย่ ขี้หลักเหยี่ย นั่น จนอิ่มเต็ม ท้องข้อย ซั่นแหลว …. ฝันจั่งซี้ มันสิเป็นจั่งได๋น้อ พ่อหมอ ”

 

พ่อพราหมณ์กะทำนาย ทายนำ ไปว่า
“ ลูกชายเจ้า ผู้บุญหลาย สิมาเกิด มีปัญญาเลิศล้ำ กว่าชาวบ้านทั่วแผ่นดิน ดอกเด้อ....เจ้าสิมีลูกชาย แล้วกะลูกชายเจ้า สิเป็นคนฉลาดหลักแหลม เด้อ ”

 แล้วกะ จากนั้น อีกบ่ดน นางปลีกะท้องไค่อ่องล่อง ครบกำหนด กะออกลูกมาเป็นผู้ชาย ตามคำทำนาย อีหลี ตั้วล่ะ (โฮ้ ทำนาย ทายนำ แม่นคักน้อ หมอพราหมณ์กะดาย )

ย่อนว่านางปลีฝันว่ากินขี้หลักเหยี่ย..

คันสิตั้งชื่อลูกชาย ว่า บักขี้หลักเหยี่ย มันกะบ่เป็นมงคลเนาะ กะเลยคึดชื่อที่มีความหมายคล้าย ๆ กัน

เมี่ยง มันกะคล้าย ๆ ขี้หลักเหยี่ย เนาะ (เอาอั่นนั่น อั่นนี้ มารวมกัน ปนกัน เป็นเมี่ยง) เมี่ยง คนมักหย่ำ มักกินพร้อม เป็นมงคลดีกว่า กะเลยตั้งชื่อลูกชายว่า เมี่ยง

 

นี่ล่ะคือ กำเนิด ของผู้ชายผู้นึง ที่มีชื่อเสียงขจรไกล ในเวลาต่อมา กะยังว้า กะยังว่า






ตอนที่ ๒ ล้างไส้เอาขี้ไก่ออก
 
เมี่ยง หอยน้ำ ไหบ่หย่ำ คำแพงเอ้ย พ่อแม่เฝ้าฟูมฟัก ฮักเอ็นดูปานตาแท้ ดูแลเจ้า หย่ำข้าวหมก ป้อนจนใหญ่ จนบักเมี่ยงย่างได้ เว้าจ้อย ๆ ย่อนค่อยสอน แท้เด้ ....

นั่นล่ะ หลังจากบักเมี่ยงเกิดแล้ว พ่อแม่เลี้ยง ดูแลเป็นอย่างดี ว่าซั่นเถาะ จนอายุประมาณ เจ็ดขวบ เนาะ นางปลี เลากะมีลูกอีก ออกลูกมา เป็นผู้ชายคือกัน กะยังว้า กะยังว่า

ยามพ่อแม่ ไปเฮ็ดนา บักเมี่ยง ต้องเป็นคนเบิ่งน้อง คอยไกวน้อง เด้ บักเมี่ยง กะเฮ็ดหน้าที่ของเลาดีพอได้อยู่เด้ล่ะ

มื้อ นึง พ่อกับแม่ไปนา ให้บักเมี่ยงเลี้ยงน้องคือเก่านั่นล่ะ น้องกะกำลังย่างได้เนาะ พากันเล่นดินเล่นขี้ฝุ่น เกียกขี้ดิน ขี้ไก่ ขี้หมา จนโตดำปี้ปี้ สกปรกมอมแมม บักอย่างขนาด เล่นแล้วแล้ว น้องกะเมื่อยล้า เลยหลับทั้งทั้งที่บ่ได้อาบน้ำนั่นล่ะ

“ บ่อาบน้ำให้มันเหล่ว ขี้คร้าน... อยู่เล่นเป็นหมู่มันกะดีปาหยัง ” บักเมี่ยงคึด

น้องกะนอนหลับของน้องไป บักเมี่ยงกะหาอาบน้ำสำบายคิงเสย... อาบแล้วแล้ว จั่งค่อยมานอนหลับ...

พอฮอดยามมื้อแลง พ่อกับแม่กลับจากนา มาเห็นน้องเปื้อนขี้เปื้อนเยี่ยว กะเลยเอิ้นบักเมี่ยงมาสั่งสอนว่า

“ เมี่ยงเอ้ย...คุณเบิ่งน้องจั่งได๋เดียวหนิ จั่งให้น้องสกปรกเลอะเทอะจั่งซี้... เป็นหยังบ่อาบน้ำให้น้องแหน่... มื้อลุน คันน้องเลอะจั่งซี้ ต้องอาบ ต้องล้างน้องให้สะอาด ให้เกลี้ยง ทุกซอกทุกมุมเด้อ ”

“ เอ้อ..เอ้อ . ” ว่าซั่น บักเมี่ยงรับปาก

มื้อ ลุนมา พ่อกับแม่กะไปนาคือเก่านั่นล่ะ บักเมี่ยงกะเลี้ยงน้อง ดูแลน้องคือเก่านั่นล่ะ แล้วกะเล่นกับน้อง จนน้องสกปรก เลอะเทอะ คือเก่านั่นล่ะ แถม น้องยัง หยิบขี้ไก่โป่ กิน อีกเด้ อีตาเนียะ

บัก เมี่ยง รับปากพ่อแม่แล้ว ว่าคันน้องสกปรก ต้องล้างให้สะอาดเกลี้ยง มันกะเลยเอาน้องไปอาบน้ำ ถูทางนอกจนขี้ไคล ขี้ดิน ขี้หมา ขี้ไก่ ออกเหมิดแล้ว เกี้ยงดีสะอาดแล้ว

ย่อนว่าน้อง กินขี้ไก่เข้าไปในท้อง บักเมี่ยง กะเลยเอามีดมาปาดท้อง แบ๋ไส้น้องออกมา ปิ้นล้าง (ปานล้างไส้ไก่เด้เดียวหนิ) สิล้างเอาขี้ไก่ออกจากไส้น้องนั่นล่ะ

จัดการเรียบร้อย กะยัดไส้น้องเข้าไว้ในท้องคือเก่า แล้วกะเอาน้องมานอนไว้ในอู่ กวยอู่ โหล่นโต่น โหล่นโต่น..

น้องกะตายแหล่วเนาะ เฮ็ดปานนี้ ไผสิทนไหว....





ตอนที่ ๓ บวชเณร
 

พ่อ กับแม่ กลับจากนา เห็นน้องนอนอยู่ในอู่ คึดว่าแมนนอนหลับ เลยบ่ทันได้เอะใจอีหยัง.... จนดนเติบ สงสัยว่า เป็นหยังนอนหลับดนแท้ กะเลยไปเปิดผ้าห่มออก เห็นท้องมีฮอยขาด

ลูกหล่าเลา ตายแล้ว !!!
เลา กะเสียใจบักอย่างใหญ่ เอิ้นบักเมี่ยงมาด่า บักเมี่ยงกะแก้โตว่า ต้องการล้างขี้ไก่ออกจากไส้น้องให้มันสะอาด ตามที่รับปากไว้ บ่คึดว่าน้องสิตาย...พะนะ

พ่อกับแม่อดรนทนบ่ไหว เห็นบัก เมี่ยง เป็นบัก ขี้หลักเหยี่ย บ่ต้องการให้ขี้หลักเหยี่ยอยู่ในบ้าน กะเลยไล่บักเมี่ยงออกจากบ้าน ไปตั้งแต่มื้อนั่น วันนั่น ซั่นแหล่ว..

บัก เมี่ยงท้าว ถืกขับไล่ออกจากบ้าน ย่างซมซาน หาหม่องเพิ่ง เลาะตามเฮือนญาติพี่น้อง หาหม่องสิอยู่เซา ญาติเลานั่น ฮู้เรื่องเลาจนเหมิด เลยบ่มีผู้ได๋ รับอาศัยไว้ในบ้าน ซมซานดั้นเดินดินด้นต่อ บุญเลายัง จั่งมาพ้อ สมภารเฒ่า อยู่วัดหลวง นั่นเด้อ...

บักเมี่ยงย่างเข้าวัด ขอพักอาศัยอยู่นำหลวงพ่อ เป็นสังคะลี (เด็กวัด) กินข้าวก้นบาตร ซ่อยเฮ็ดงานวัด ปัดกวาดกุฏิ ลานวัด รับบาตร ล้างบาตร ล้างถ้วยซาม เด้ หลวงพ่อเห็นว่า อายุกะพอบวชแล้ว กะเลยจัดการบวชเณรให้

บักเมี่ยง กะเลยกลายเป็น เณรเมี่ยง ซั่นแหล่ว

บวชเณรแล้วกะร่ำเรียนเขียนอ่านภาษาบาลี โตหนังสือธรรม โตหนังสือไทยน้อย เลาเป็นคนฉลาดเนาะ กะเรียนรู้ได้เร็วเด้
บันทึกการเข้า

คนอีสานบ่ลืมถิ่น กินข้าวเหนียวใช้มือ
วิริเยน
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 58
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 1,136

15 หยกๆ


« ตอบ #1 เมื่อ: 03 เมษายน 2009 »

ได้ยินชื่อเรื่องนี้มาตั้งแต่เด็กๆ วันนี้เริ่มรู้จัก คุณ เซียงเมี่ยง มากขึ้น ขอบคุณในความพยายาม ผมพอจะพูดอีสานได้บ้าง ฟังรู้เรื่อง แต่นับถือท่านจริงๆ ที่เขียนให้อ่านได้อรรถรสจริงๆ จะติดตามตอนต่อไปครับ
บันทึกการเข้า
อู๊ด โคจร
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 146
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 4,174


คนลำ'มาศ พลัดถิ่น (You'll never drunk alone)


« ตอบ #2 เมื่อ: 11 เมษายน 2009 »

ตอนที่ ๔ เล่นทวยกัน
 

มื้อนึง ชาวบ้าน มาซ่อยกันเฮ็ดงานอยู่วัด เฮ็ดงานไปคุยกันไป แล้วกะชวนกันเล่นทวยกัน

พ่อเฒ่านึง ถามว่า

“ แม่มันฮ้องอี้อี้ ลูกมันพี่ ลั่นตั้น ลั่นตั่น … แม่นหยัง? ”

พ่อเฒ่านึง ตอบว่า
“ หมูกินฮำ ” ....

" บ่แมน ” ...... บ่มีไผตอบได้...ทวยแก้ว่า

“ อี่น้อย ๆ แก่ไส้ลอดขอน...แมนหยัง? ”

“ มดขนไส้ขี้กะปอม ” พะนะ พอใหญ่นึงเลาตอบ...

.. บ่แมน ..ตอบบ่ได้..กะเฉลย

“ อี่น้อย ๆ แก่ไส้ลอดขอน กะคือ กระสวยต่ำหูก นั่นตั้ว ”

“ แม่มันฮ้องอี้อี้ ลูกมันพี่ ลั่นตั้น ลั่นตั่น กะคือ ไนปั่นด้าย นั่นเด้ ”

ทวยแก้กัน ได้คำตอบเรียบร้อยแล้วกะเริ่มคำทวยใหม่ว่า

“ ผู้ญิงไปได้หลาย ผู้ชายไปได้หน่อย เด็กน้อยไป บ่ได้จักเม็ด แมนหยัง? ”

บ่มีไผตอบได้จักคน กะยังว้า กะยังว่า แล้วกะบ่มีไผมีคำทวยแก้ซั่มแหม ทุกคนยอมแล้ว สิให้พ่อเฒ่านั่นเฉลย เลากะบ่เฉลย

พอดีเณรเมี่ยง ย่างมา ฟังคำทวยเรียบร้อยกะเลยตอบว่า

“ บักหญ้าฝืด (หญ้าเจ้าชู้) แมนบ่ ”…. (ผู้ญิงนุ่งซิ่นล่าม ๆ บักหญ้ามันปักหลาย, ผู้ชายนุ่งซ่งบักหญ้ามันปักหน่อย, เด็กน้อยมันบ่นุ่งอี่หยัง บักหญ้าเลยบ่มีบ่อนสิปัก)

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่นเลยทวยต่อว่า

“ อยู่โคกสร้างถ้วย อยู่ห้วยสร้างมอง อยู่หนองกองก้น แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า
“ อยู่โคกสร้างถ้วยกะคือ มดลิ้นเฮ็ดขวย ,อยู่ห้วยสร้างมอง กะคือ แมงย่างซิ้นเฮ็ดฮัง (แมงมุมชนิดหนึ่ง), อยู่หนองกองก้น กะคือ หอย แมนบ่ ”

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่น กะทวยต่อว่า

“ นอนเว็น ขี้ค่ำ นอนต่ำขี้สูง แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า

“ นอนเว็นขี้ค่ำ กะคือ กะต่าย , นอนต่ำขี้สูง กะคือ ขี้ไก่เดียน แมนบ่ ”

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่น กะทวยต่อว่า

“ สี่ขายั้งธรณีแอะแอ่น อ้าปากขึ้นเทิงฟ้า คาบงา แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า

“ ข้องใส่ปลา แมนบ่ ”

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่น กะทวยต่อว่า

“ เฒ่าสองเฒ่า บังเล้า บ่เห็นกัน แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า

“ หูสองข้าง แมนบ่ ”

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่น กะทวยต่อว่า

“ นั่งสูงกว่ายืน แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า

“ หมากะแมน แมวกะแมน ถืกบ่ ”

“ ถืก ” ....พ่อเฒ่านั่น กะทวยต่อว่า

“ หางอยู่ใต้ฮูดาก แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า

“ หางกะเตี่ยว แมนบ่ ”

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่น เริ่มอุกอั่งคิงฮ้อนแล้วเด้ ถามหยังกะตอบได้เหมิดเว่ย “ คำทวยนี้ล่ะต้องอยู่หมัดแน่ ๆ เลย ” กะทวยต่อว่า

“ กาบินไป กาฮ้อง กาบินมา กาหลง แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า

“ กาหลง กะ กงหลา ท่อนั่นตั้ว ถืกบ่ ”

“ ถืกยุ ” ....พ่อเฒ่านั่น กะทวยต่อว่า

“ นั่งค่อม่อ มีแข้ว ล่ะ แมนหยัง ”

เณรเมี่ยงกะตอบว่า
“ นั่งค่อม่อ มีแข้ว.....กะต้องเป็น แมวขี้ แมนบ่ ”

“ แมน ” ....พ่อเฒ่านั่น เลาสิเหมิดคำทวยแล้ว กะเลยว่า

“ เอ้า มีแต่พ่อใหญ่ทวยฝ่ายเดียว เณรเมี่ยงลองทวยมาเบิ่งกะดู๊ ” ว่าซั่น

เณรเมี่ยงเลากะได้เรียนธรรมเรียนบาลีเนาะ กะเลยถามว่า

“ สัพพี สัพพัง ดังวา คุชลามิคา แมนหยังเอ๋า ”

พ่อเฒ่านั่น กะว่า

“ สัพพี กะคำพระสวดให้พรนั่นแหล่ว ”

“ บ่แมน มันบ่ง่ายปานนั่นดอก พ่อใหญ่เอ้ย..คึดเบิ่งใหม่ ”

พ่อเฒ่านั่น คึดแล้วคึดอีก กะคึดบ่ออก ตอบแล้วตอบอีก กะตอบบ่ถืก สิทวยแก้ เพื่อที่สิให้เณรเมี่ยงเฉลย เณรเมี่ยงกะตอบได้เหมิดเอาโลด

“ กลิ้งขู่หลู่ เห็นขี้หยุดจ่ะ แมนหยัง ”

“ กวักอักไหม หาขี้ไหม (พอเห็นขี้ไหมกะหยุดแล้วกะเอาขี้ไหมออก) ”

“ บ่กิน บ่ขี้ มีแต่ปี้ท่าเดียว แมนหยัง ”

“ บี้ (ฝักหลอกที่เอาไว้ทำพันธุ์แล้วมันเป็นแมงบี้นั่นหนา) ”

“ บักน้อย ๆ แก่ผ้าแดงลอดขอน แมนหยัง ”

“ แย้ (ท้องแย้ลายแดง ๆ คือผ้า) ”

“ เหล็กแดง แทงดิน แมนหยัง ”

“ มันแกวแดง ”

“ ดำคือหมี แฮ่งตี แฮ่งกัด ดำคือหมัด แฮ่งกัด แฮ่งตี แมนหยัง ”

“ ดำคือหมี แฮ่งตี แฮ่งกัด กะคือ สิ่ว ดำคือหมัด แฮ่งกัด แฮ่งตี กะคือ ค้อนตอกสิ่ว ”

“ โก่งโค้งโน่ง ข้วมท่ง สามแสน ผู้ได๋ทวยแม่น ให้แหวนวงนึง ”

“ ฮุ้งกินน้ำ ”

“ ต้นท่อเข็ม ใบเต็มน้ำ แมนหยัง ”

“ ผักแว่น ”

“ อ่อล่อ ท่อโป้มือ พือไปทั่วท่ง แมนหยัง ”

“ หน่วยตา ”

“ บักหัวโล้น โตนน้ำแต่เดิ่ก แมนหยัง ”

“ กะบวยตักน้ำ ”

“ บักน้อย ๆ โตนตั่งคอหัก หมาโตนสัก แมงวันแตก พืง แมนหยัง ”

“ ขี้ ”

“ สัตว์สี่ขา หน้าสั้น ฮ้องสนั่น เสียงไกล แมนหยัง ”

“ อึ่ง ”

“ ต้วยก้น บ่ให้ว่าต้นก้วย แมนหยัง ”

“ เช็ดขี้มูก ”

……….

ในที่สุด กะเลยบ่ฮู้คำเฉลย

เณรเมี่ยงกะบอกว่า คันอยากฮู้คำเฉลย กะให้หาแนวกินแซบ ๆ เฮ็ดลาบเทาแซบ ๆ มาถวาย เด้อ จั่งค่อยสิบอก พะนะ

นั่นล่ะ ชื่อเสียงของเณรเมี่ยง กะเลยเริ่มขจรขจายไกล ซั่นตี้ล่ะ 


ตอนที่ ๖ หลวงพ่อแยคันทัน
 

พ่อใหญ่ผู้เลาทวยแพ้เณรเมี่ยง กะพยายามคิดหาคำตอบของคำทวยเด้ แต่ว่าคิดจั่งได๋กะคิดบ่ออก
“ สัพพี สพพัง ดังวา คุชลามิคา มันแมนหยังน้อนอ ” กลับมาถามเณรเมี่ยง เณรเมี่ยงกะบ่บอก กะบอกคือเก่าว่า ต้องหาลาบเทาแซบ ๆ มาถวาย เป็นการแลกเปลี่ยนเด้ ว่าซั่น

เฒ่าพ่อใหญ่นั่น กะเลยอดทนคองคอยท่าจนฮอดยามเทาเกิด เลากะไปหาทาวเทา ได้เทาอ่อนอั่วลั่วดี้ดี เลากะเอามาลาบใส่ป่นปลาค่อ ทุบหมากเขือขื่นใส่พร้อม ปรุงอย่างแซบนัว กะเอาไปถวายเณรเมี่ยง กับหลวงพ่อ

เณรเมี่ยงฉันลาบเทาเรียบร้อยแล้ว กะเลยมาเฉลยคำทวยให้ฟังว่า

“ สับพี กะคือ ไก่เอาปากสับอึ่ง อึ่งมันเลยพองโตขึ้น จนพี

สับพัง กะคือ บักจกถากขอบส่าง ขอบส่างมันกะพังย่าว

ดังวา กะคือ ดังช้าง หรือว่างวงช้างนั่นล่ะ มันยาวเป็นวา

ส่วน คุชลามิคา กะคือ คุฮั่ว...คุ กะคือ คุ ชลา กะคือน้ำ มิคา กะคือ บ่คา แปลว่า คุน้ำบ่คา กะคือ คุรั่ว นั่นเอง ”

หลวงพ่อฉันลาบเทา ฮู้สึกแซบคัก ถืกใจผู้เฒ่าคัก

พอฉันเพลแล้ว เลากะเลยถามเณรเมี่ยงว่า
“ เมี่ยง หว่างเพลฮั่น แนวกินอันเขียว ๆ น่ะ แมนอีหยังเกาะฮึ แซบดีคัก ”
“ ลาบขี้อ่อนงัว ครับหลวงพ่อ ”
“ โอ ... ติ ลาบขี้อ่อนงัววะติ แซบน้อ ขี้อ่อนงัวหนิ ” หลวงพ่อเลาว่า

มื้อ ลุนมา หลวงพ่อคึดอยากลาบขี้อ่อนงัวซั่นเด้บาดตาหนิ คองท่าให้โยมเอามาถวายอีกกะบ่มีไผเอามาถวาย คองแล้วกะคองอีก จนเลาทนบ่ไหว กะเลยถามเณรเมี่ยงว่า
“ เอ..เมี่ยง .. ขี้อ่อนงัวหนิ เขาไปเอามาแต่ไส เขาไปเอาบ่อนจั่งได๋มันฮึ ”

“ ขี้งัวนี่เนาะหลวงพ่อ ถ้าอยู่ในลำไส้เลิ่กๆ คัก ๆ กะคือ ขี้เพี้ย ถ้าอยู่ในท้อง ยังบ่ทันขี้ออกมา กะคือ ขี้อ่อน ถ้าออกมาจากท้องงัวแล้ว กะคือ ขี้แก่ ..... ขี้เพี้ย กะเอาไปใสลาบใส่ก้อย....ขี้อ่อนกะเอามาลาบกิน....ขี้แก่ บ่มีไผกิน ตั้วครับหลวงพ่อ ”
“ แล้วกะขี้อ่อนงัวหนิ เขากะไปจกเอาจากดากมันนั่นแหล่วหลวงพ่อ ” เณรเมี่ยงตอบ

พอ สวย ๆ จักหน่อย หลวงพ่อกะเลยชวนเณรเมี่ยง ไปท่งนา สิไปหาจกเอาขี้อ่อนงัวว่าซั่นเถาะ พอเห็นงัวอยู่นำท่งนา หลวงพ่อกะบอกเณรเมี่ยงว่า

“ เมี่ยง ๆ ไป เจ้า เข้าไปจกเอามาให้หลวงพ่อแหน่ไป ”
“ ผมจกบ่เถิงดอกครับหลวงพ่อ งัวโตสูงปานหนิ หลวงพ่อจัดการโลดครับ ผมสิถือกะต่าให้ ”

หลวงพ่อกะเลยค่อย ๆ ย่องเข้าไปทางหลังงัว เอามือนุ่ยใต้หางมัน
“ นุ่ย ๆ ๆ ๆ ๆ ” วะซั่นว่า

งัว มันกะยกหางขึ้น ยืนหลับตามีแฮงแหล่วเนาะ ไปนุ่ยดากมันแมะ หลวงพ่อได้ที กะเลยเอามือจกดากงัว มันกะจกบ่เข้าเหล่ว ดากมันยุ่มอยู่แมะ งัวเทิงเจ็บเทิงตกใจ กะเลยดีดโด่งวะหนึ่ง ขาถีบถืกหลวงพ่อ ล้มป่างง่าง

“ เออะ ๆ ๆ ๆ... อู๊ย... เจ็บ ๆ งัวฮ่าเอ้ย ปะสาขี้ สำมาหวงคักหวงแหน่ แท้ว้า ”
“ กะมันยังบ่ทันได้เบ่งออกมา มันกะหวงนั่นตั้วครับ หลวงพ่อ กะเลือกเอา โตที่มันกำลังเบ่งออกมา แหน่แหม ” เณรเมี่ยงแนะนำ
“ บ้อเมี่ยง... เอ้อ...กะบอกกันจั่งซี้ แหน่แหม ”

หลวงพ่อกะย่างหางัวโตที่กำลังเบ่ง(ขี้) .....ไปพ้อพอดี เณรเมี่ยงกะเอามือชี้ท่วงว่า

“ นั่น ๆ หลวงพ่อ กำลังตูนพู่ยู่ พู่ยู่ ออกมาอยู่นั่น ฟ้าวจก ฟ้าวจก ”

หลวง พ่อย่านบ่ทัน ฟ้าวแล่นเข้าไป เอามือจกดากงัว มือเลากะหลูลัวะเข้าไป อุ่นย่วยวะหนึ่ง เลากะฟ้าวจกต่อเข้าไป จนมิดแขนศอก เอามือกำขี้งัวไว้

ฝ่าย งัว ตั้งใจสิขี้แซบ ๆ บัดมีแนวมากวน งัวมันตกใจ เทิงเจ็บนำล่ะตี้ กะเลยคาดลาดยุ่มดาก แล้วกะกระโดดโด่ง แล่นหนีเตลิดเปิดเปิง แขนหลวงพ่อถืกดากงัวยุ่มฮัดไว้ หลวงพ่อเลากะเลยถืกงัวลาก ตะดาดตะดาดไปตามไฮ่นา แต่ว่าเลากะยังบ่ปล่อยกำขี้งัวในมือเด้ ... กะเลาอยากได้เนาะ

“ เมี่ยง ๆ ซ่อยแหน่... ซ่อยแหน่ ”

“ แยคันทัน หลวงพ่อ แยคันทัน แยคันทัน ” เณรเมี่ยงเลาตกใจนำ ฮ้องบอกหลวงพ่อ

พอดีงัวมันลากหลวงพ่อไป เถิงคันแทนา หลวงพ่อกะเลยยันคันแทไว้ มือเลาเลยหลุดออกจากดากงัว
“ เมี่ยง ๆ ได้แล้ว ได้แล้ว ได้กำนึงแล้ว เอากะต่ามาใส่ เร็ว ๆ ”

เณรเมี่ยงถือกะต่ามา หลวงพ่อแบมือออกสิเอาขี้อ่อนงัวใส่กะต่า

“ ขี้งัวคือเหม็นแท้หว่า ..ฮ่วย มันขี้แก่งัวตั้วหนิ ” หลวงพ่อเลาว่า

“ สงสัย ขี้อ่อนงัวมันอยู่เลิ่ก ๆ ก่อนี้มั้งครับหลวงพ่อ ” เณรเมี่ยงเลายังตั๋วต่ออีกเด้เดียวหนิ
“ โฮ้ หลวงพ่อเก่งคักเนาะ สุดยอดเลย สู้งัวได้ ” เณรเมี่ยงเลาย่องต่อ

“ แล้วที่เจ้าว่า แยคันทัน แยคันทัน น่ะ มันแม่นหยังล่ะ เมี่ยง ”
“ แยคันทัน กะ ยันคันแท นั่นเด้หลวงพ่อ ”



“ ฮู้ย...เจ็บแอว เจ็บคิงเหมิดเอาโลด คันขี้อ่อนงัว มันเอายากปานนี้ ข้อยบ่เอานำเด้อ.. ยอมแพ้แล้วล่ะ ” พะนะ หลวงพ่อว่า


สรุปแล้ว หลวงพ่อกะบ่ได้ขี้อ่อนงัว บ่ได้กินลาบเทา แถมยังถืกเณรเมี่ยงต้ม หลอกให้ไปกำขี้งัวจนเกือบเอาซีวิตบ่รอดอีกซ้ำแม๋....
บันทึกการเข้า

คนอีสานบ่ลืมถิ่น กินข้าวเหนียวใช้มือ
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Rss
Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines

www.onsorn.com
OnsOrN 2010 Theme Design By KaDo Theme Edit By NyOAT