รฟท. จัดรถนอน วิ่งด่วนพิเศษเพิ่ม 16 เที่ยว รับสงกรานต์ข่าวประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 015 ลงวันที่ 9 มีนาคม 2553
นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ การรถไฟแห่งประเทศไทย แจ้งว่า ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ประจำปี 2553 มีวันหยุดติดต่อหลายวัน ประชาชนที่วางแผนล่วงหน้าได้จองตั๋วโดยสารรถไฟชั้น 1 และชั้น 2 ทั้งธรรมดาและปรับอากาศไว้จนเต็มทั้งเที่ยวไป และเที่ยวกลับ ทำให้มีประชาชนส่วนหนึ่งต้องวางแผนการเดินทางกับขบวนรถพิเศษที่การรถไฟฯจัดเดินเพิ่มนอกเหนือจากขบวนรถประจำที่วิ่งให้บริการปกติ
การรถไฟฯ ได้เร่งรัดให้ฝ่ายเกี่ยวข้องซ่อมบำรุงรถให้ออกมาใช้งานในช่วงเทศกาลสงกรานต์เพิ่มขึ้นทั้งรถโดยสารชั้นสามธรรมดา รถโดยสารชนิดนั่ง-นอนปรับอากาศ เพื่อเตรียมพ่วงเสริมในขบวนรถที่วิ่งประจำด้วย นอกจากนี้ ยังมีตู้รถโดยสารรถ นั่ง-นอน ส่วนหนึ่งที่เป็นรถ JR-WEST จำนวน 20 คัน สามารถจัดพ่วงเป็นขบวนรถด่วนพิเศษและเปิดให้บริการประชาชนได้ การรถไฟฯจึงประกาศเดินเป็นขบวนรถไป-กลับ ในเส้นทางสายเหนือ 8 เที่ยว และ
สายอีสานปลายทางที่อุบลราชธานี อีก 16 เที่ยว โดยจะวิ่งให้บริการ 2 ช่วง ดังนี้
สายเหนือ เที่ยวไป วันที่ 9 และ 11 ,15 และ 17 เมษายน 2553 (ระหว่างกรุงเทพ- เชียงใหม่) ออกต้นทางเวลา 19.00 น. ถึงเชียงใหม่เวลา 08.30 น. เที่ยวกลับ วันที่ 10,12,16,18 เมษายน 2553 (ระหว่างเชียงใหม่-กรุงเทพ) ออกต้นทาง 19.00 ถึงกรุงเทพเวลา 08.30 น. ทั้งนี้ ขบวนรถด่วนพิเศษจะหยุดรับส่งเฉพาะสถานีสำคัญ 8 สถานี คือ สามเสน,บางซื่อ,ดอนเมือง,อยุธยา,อุตรดิตถ์,เด่นชัย,ลำปาง,ลำพูน และปลายทางเชียงใหม่
สายตะวันออกเฉียงเหนือ เที่ยวไป วันที่ 9,11,15,17 เมษายน 255. ออกกรุงเทพเวลา 19.40 น. ถึงปลายทางอุบลราชธานี เวลา 06.30 น. เที่ยวกลับ วันที่ 10,12,16,18 เมษายน 2553 ออกต้นทางอุบลราชธานีเวลา 19.00น. ถึงปลายทางกรุงเทพเวลา 06.00 น. โดยขบวนรถด่วนพิเศษนี้จะหยุดรับส่งที่สถานี สามเสน,บางซื่อ,ดอนเมือง,อยุธยา,นครราชสีมา,ลำปลายมาศ,บุรีรัมย์,สุรินทร์ , อุทุมพรพิสัย,ศรีสะเกษ และปลายทางอุบลราชธานี ขบวนรถด่วนพิเศษเทศกาลสงกรานต์ขบวนนี้เป็นขบวนรถนั่ง-นอนปรับอากาศทั้งขบวน และวิ่งรับส่งในเวลากลางคืนโดยการรถไฟฯจะไม่มีบริการอาหารในระหว่างการเดินทาง จึงแจ้งประชาสัมพันธ์มายังประชาชนที่ประสงค์จะใช้บริการได้รีบจองตั๋วแต่เนิ่น ๆ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่นายสถานีรถไฟในเส้นทางทุกแห่ง หรือ สอบถามโทรศัพท์สายด่วน 1690 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง.
ที่มา
http://www.railway.co.th/srt/pr/news/viewshownews.asp?idnews=579