ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สถิติการใช้งานฟอรั่ม:
จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 101,071
จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 10,105
จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 3,337
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ต่าย อรทัย นักร้องต้นแบบรู้คุณครู  (อ่าน 2888 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
ออนซอน
หนุ่มเมืองดอกบัว..อุบลราชธานี
Administrator
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 166
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 5,511


:-:-: Webmaster :-:-:

ระบบปฏิบัติการ:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
บราวเซอร์:
Firefox 9.0.1 Firefox 9.0.1


« เมื่อ: 02 กุมภาพันธ์ 2012 »

ต่าย อรทัย นักร้องต้นแบบรู้คุณครู ศิลปินรุ่นใหม่เก๋ทำเหมือนทราบแล้วเปลี่ยน!?



    สาวดอกหญ้า ''ต่าย อรทัย'' ถือว่าเป็นศิลปินเลือดอีสานที่ศิลปินรุ่นใหม่ทุกคนต้องเอาเป็นแบบอย่างเพราะเธอนั้นขึ้นชื่อในเรื่อง ''รู้คุณครู'' อยู่ในวงการมาหลายปี น้อยที่จะมีข่าวด้านลบ ส่วนมากจะมีแต่สร้างคุณงามความดี ออกอัลบั้มมาทุกชุด มันขายตัวของมันเอง น้อยที่จะแป๊ก ดังโด่งนั่งกลางใจคนฟังทั่วประเทศเพราะเธอนั้นมีพฤติกรรมที่ดี


    ผิดกับศิลปินรุ่นใหม่ๆ ทุกวันนี้ออกมากันเยอะจนไม่รู้ว่าอะไรคุณภาพ อะไรของจริง ใครมีทุนเยอะหน่อยก็สามารถทำให้ตัวเองดังได้แต่ใครจะรู้บ้างว่าศิลปินรุ่นใหม่ๆ ทุกวันนี้ขาดเรื่อง ''รู้คุณครู'' แถมยังทำตัวกร่าง ดังเพลงเดียว หากินอยู่เพลงเดียว ก็อุปมาอุปมัยว่าตัวเองคือศิลปินที่ดังแล้ว ด้วยความที่ไม่สำเหนียก รู้รากหญ้าของตัวเอง จึงทำให้พวกนี้ มาเร็ว ไปเร็ว
     

    ยังไม่ทันได้ซึมซับความเป็นลูกทุ่งอย่างแท้จริง กรณีของ ''ต่าย อรทัย'' เธอนั้นเป็นคนที่เสมอต้นเสมอปลาย รู้คุณครู รู้ว่าใครครู รู้ว่าใครพี่ รู้ว่าใครน้องและต้องปฏิบัติตัวอย่างไร เธอจึงเดินอยู่บนเส้นทางลูกทุ่งยืนหยัดมาร่วม 10 ปี
     

    ได้มีโอกาสเจอศิลปินรุ่นใหญ่ที่ยังมีชีวิตอยู่หลายท่านที่คอมเมนต์เรื่องศิลปินรุ่นใหม่ว่าทุกวันนี้ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก แค่เสียงใช้ได้ หน่วยก้านดีหน่อย ก็ไม่ต้องทำอะไรเลย มีคนคอยป้อน คอยเชียร์คอยกระทุ้งก็อาจจะดังก้าวกระโดดได้
     

    ทั้งวงการนี้ก็เปิดกว้าง ไม่มีการเซนเซอร์ เด็กใครเด็กมัน จึงทำให้เกิดสุญญากาศทางด้านความคิดมาโดยตลอด เพราะศิลปินใหม่บางคนออกงานยังไม่รู้เลยว่าศิลปินรุ่นใหญ่คนนั้นชื่ออะไร คิดแล้วเอวัง อันนี้ก็มี
     

    ที่หยิบยกเรื่องมารยาทในสังคมลูกทุ่งมาเขียนนั้นเพื่อต้องการให้เห็นภาพว่าในวงการลูกทุ่ง ของบ้านเรานั้นกำลังกลายพันธุ์ จึงทำให้ศิลปินเกิดขึ้นมากมายเป็นดอกเห็ดแต่หาเบอร์ที่คุณภาพยากมาก เพราะส่วนมากไม่ใช่พันธุกรรมที่เกิดมาเพื่อวงการลูกทุ่งอย่างแท้จริง บางคนแค่อยากมีอัลบั้มประดับบารมี บางคนอยากเชียร์ตัวเอง บางคนหวังเพลงเดียวหากินทั้งชาติ อะไรประมาณนี้ นี่คือเรื่องจริง?
     

    ทุกวันนี้เลยทำให้มี 3 ก๊ก เกิดขึ้นในวงการนี้ ใครที่กินเส้นกันก็จะพวกมากลากกันไป ใครไม่ใช่คนในก๊กในเหล่าก็พยายามกันสุดขีดเพื่อไม่ให้ได้ผุดได้เกิดในวงการจึงทำให้คนที่เก่งจริง เสียงดีจริงๆ หมดโอกาสเกิด
     

    แต่เมื่อส่องกล้องมองศิลปินเบอร์คุณภาพที่อยู่อย่างสง่างามบนเส้นทางลูกทุ่งอย่างสาว ต่าย ต้องยกนิ้วให้ เธอนั้นรู้ลิมิตตัวเองไม่เคยโม้โอ้อวด เจอกี่ครั้งก็ยังคงทนความเป็นคนดี ก็เลยอยากให้ศิลปินหลงตัวเองใหม่ๆ ในวงการทั้งหลายได้นำมาขบคิดแล้วจะได้รู้ว่าเรานั้นมันขนาดไหนแล้ว ไม่ใช่ดังแต่ในหน้าปัดวิทยุ เพราะอย่าลืมว่าศิลปินบางคนเดินบนถนนใครยังไม่รู้จักเลย มีแต่ตัวเองที่รู้


    จึงอยากสะกิดเตือนพวกเข้าข่ายทั้งหลาย ปีใหม่แล้วทำตัวเสียใหม่ก่อนที่จะไม่รู้ว่าเพลงชาติไทย จะร้องให้ใครฟัง?!
     

    เส้นทางดอกหญ้าป่าปูนสู่ดาว?
    สาวต่าย อรทัย มีชื่อและนามสกุลจริงว่า อรทัย ดาบคำ เกิดวันที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2523 ที่บ้านคุ้มแสนชะนี ตำบลพรสวรรค์ อำเภอนาจะหลวย จังหวัดอุบลราชธานี เป็นบุตรของนายสาง ดาบคำ และ นางนิตยา ดาบคำ พี่น้องทั้งหมด 4 คน โดยต่ายเป็นลูกสาวคนโตและมีน้องชายอีก 3 คน อาศัยอยู่กับคุณยายทองคำ แก้วทอง ตั้งแต่เด็ก
     

    ต่ายเกิดท่ามกลางครอบครัวที่มีปัญหา ไม่อบอุ่นเหมือนครอบครัวอื่นๆ พ่อแม่แยกทางกันเดิน ทำให้ชีวิตของต่ายและน้องๆ ต้องอาศัยอยู่กับยาย ซึ่งยายก็อายุประมาณ 70 ปีแล้วแต่ต้องลำบากเลี้ยงดูต่ายและน้อง ขณะนั้นต่ายอายุเพียง 11 ขวบ แต่ต้องช่วยยายดูแลน้องๆ และทุกอย่างในบ้าน ทั้งหาบน้ำที่อยู่ในบ่อกลางทุ่งนา ต้องอดทนกับระยะทางที่แสนไกล ต้องอดทนต่อสู้กับแสงแดดที่แผดเผาเพื่อที่จะนำน้ำมาใช้ที่บ้าน ขนฟางมาจะไปร้องเพลงที่วงเพื่อหารายได้พิเศษช่วยเหลือทางบ้าน แม้จะได้รายได้ไม่มากนักเพียง 400-500 บาท แต่มันก็เป็นความภาคภูมิใจมากที่สุดสำหรับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง
     

    หลังจากที่จบมัธยมศึกษาปีที่ 3 วงนิวฟ้าอีสานยุบวงลง ต่างคนต่างแยกย้ายกันไป ในช่วงนั้นทุกวันหลังจากกลับจากโรงเรียน ต่ายต้องรับผิดชอบต่อหน้าที่ของตน ระหว่างการหาบน้ำจากทุ่งนา ขนฟางข้าว ซักผ้า นึ่งข้าวให้ยาย ต่ายก็จะร้องเพลงไปตลอด บางวันก็ไปยืนร้องเพลงที่หลังบ้านซึ่งหลังบ้านจะเป็นคันนาที่เป็นเนินสูงๆ ซึ่งทางอีสานเรียกว่า ''โพน'' หรือ ''งอยโพน'' ต่ายก็จะยืนร้องเพลงอยู่บนเนินนั้นเป็นประจำซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจวัตรประจำวันก็ว่าได้
     

    ต่ายได้มีโอกาสประกวดร้องเพลง การร้องในแต่ละรอบนั้นต้องนั่งรถจากบ้านเกิดไปประกวดเป็นระยะทางกว่าร้อยกิโลเมตร ต้องเดินทางไปๆ มาๆ เกือบ 2 เดือน อุปสรรคของต่ายในครั้งนั้นคือเรื่องของทุนทรัพย์จนในที่สุดความอดทนและความวิริยะอุตสาหะ จึงทำให้ได้รับรางวัลอันดับหนึ่งใน ''รายการลูกทุ่งมุ่งสู่ดาว'' ผลตอบแทนในครั้งนั้นคือ จักรยานยนต์ 1 คัน พร้อมถ้วยรางวัล วันนั้นเป็นวันที่ต่ายยิ้มได้กว้างที่สุดและดีใจที่สุดที่สามารถทำให้ยายผู้เป็นที่รัก มีรอยยิ้มและมีความสุข
     

    หลังจากที่เรียนจบมัธยมปลาย ต่ายได้สมัครเข้าศึกษาที่สถาบันราชภัฏอุบลราชธานี แต่ต่ายยังไม่พร้อมที่จะเรียนต่อเพราะขัดสนทางด้านทุนทรัพย์ ดังนั้นจึงตัดสินใจเข้ามายังกรุงเทพฯ ครั้งแรกต่ายได้เข้ามาอาศัยอยู่กับแม่ช่วยแม่รับจ้างซักเสื้อผ้าให้กับคนงานก่อสร้าง ทำได้ระยะหนึ่งรายได้ไม่เพียงพอและที่สำคัญ ทั้งแม่และต่ายต้องส่งเงินกลับบ้านเพื่อเลี้ยงดูยายและน้องชาย
     

    ต่อมาได้จึงได้สมัครเข้าทำงานที่เขตอุตสาหกรรมบางปู เป็นบริษัทผลิตยาส่งออก ต่ายอดทนทำงานหนักประมาณ 3 เดือน เริ่มรู้สึกว่ามันไม่แตกต่างไปจากการทำนาเลย เพราะเหนื่อยมากรายได้ก็น้อย ดีตรงที่ทำงานในห้องแอร์เท่านั้น ในระยะนั้นต่ายก็ไม่ทิ้งงานทางด้านการร้องเพลง ยังประกวดร้องเพลงอยู่เสมอจนกระทั่งได้เข้ารอบชิงในรายการชุมทางเสียงทอง ในขณะนั้นพี่กุ้งและพี่สาว พี่ซึ่งเคยให้ต่ายทำเทปในช่วงที่เรียนอยู่มัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็ตามหาตัวต่ายเพื่อจะให้เข้าห้องอัดบันทึกเสียงอีกครั้ง พี่กุ้งและพี่สาวทำเองเปิดเองขายเองในรายการวิทยุ ชื่อเสียงของต่ายตอนนั้นเริ่มมีคนรู้จักมากขึ้นเพราะพี่กุ้งและพี่สาวเปิดในรายการ
     

    จากนั้นต่ายจึงคิดว่าน่าจะเรียนต่อจึงตัดสินใจสมัครเข้าเรียนในรั้วของ มหาวิทยาลัยรามคำแหง เรียนไปด้วยร้องเพลงไปด้วย แต่เงินที่ได้มาก็ไม่พอที่จะส่งให้ทางบ้าน ต่ายจึงคิดที่จะขายเสื้อผ้าจึงลงทุนซื้อเสื้อผ้ามาขายโดยตระเวนไปขายตามสถานที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพฯ และชานเมือง แต่ด้วยอุปสรรคต่างๆ มากมายในช่วงฤดูฝนช่วงนั้นบางวันขายไม่ได้เลยแม้แต่ตัวเดียว แต่ต่ายก็ไม่ย่อท้อทนต่อไปอีกเรื่อยๆ ในระยะเดียวกันนั้น พี่กุ้งและพี่สาวก็พยายามที่จะนำต่ายเสนอค่ายเพลง พยายามติดต่อ ครูสลา คุณวุฒิ ซึ่งตอนนั้นติดต่อครูได้ยากมากเพราะครูไม่ค่อยเปิดโทรศัพท์มือถือ จนในที่สุดก็ติดต่อได้ คุยกับครูสลาหลายครั้งและทุกครั้งต่ายก็ไปกับพี่กุ้งกับพี่สาวด้วยเพราะต้องคุยเกี่ยวกับตัวต่ายว่าถนัดร้องเพลงแบบไหน? ชอบเพลงแบบไหน? ตอนนั้น ต่ายต้องขายเสื้อผ้าต้องตากแดดตากลมอยู่ตลอดเวลา ครูสลาก็แนะนำว่าต้องบำรุงผิวเก็บตัวให้ขาวใสไม่ต้องตากแดดมาก หลังจากนั้นไม่นานครูสลาก็นัดพี่กุ้งพี่สาวให้พาต่ายไปที่บริษัทแกรมมี่ โกลด์ เพื่อดูตัว
     

    ซึ่งตอนนั้นต่ายคิดว่าจะได้เข้ามาอยู่ในบริษัทหรือไม่ก็ตามแต่อย่างน้อยก็ภูมิใจแล้ว ที่ได้ย่างก้าวเข้ามายังบริษัท จากนั้นต่ายก็ยุ่งกับงานผ้าป่าซึ่งทางบ้านขอมา ปีนั้นนับว่าเป็นปีที่โชคดีเพราะได้มีผ้าป่าที่บ้าน มีวงดนตรีวงหมอลำที่จะไปเล่นให้ชาวบ้านแถบนั้นดูและที่สำคัญในวันงานกลุ่มทีมงานของครูสลาก็ได้ไปช่วยด้วยเช่นกัน วันนั้นเป็นวันที่ต่ายไม่เคยลืมเลือนจนถึงปัจจุบันนี้เพราะครูสลาได้ขึ้นไปพูดกับชาวบ้านบนเวทีและบอกกับชาวบ้านทุกคนว่าจะขอลูกสาวไปอยู่แกรมมี่
     

    ในวันนั้นเป็นวันที่ ''ต่าย'' รู้สึกดีใจมากที่สุดในชีวิต หลังจากที่ได้เข้ามาอยู่ในสังกัดของแกรมมี่แล้ว ต่ายจึงรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะออกอัลบั้มให้นักร้องคนใดคนหนึ่ง ต่ายต้องฝึกร้องเพลงเป็นระยะเวลานานมากโดยฝึกกับ อาจารย์ไพรัตน์ ชูรัตน์ จากที่เคยร้องเพลงไม่ชัด ร้องเสียงขึ้นจมูก ร้องทิ้งคำ จนในที่สุดต่ายก็พยายามทำมันจนสำเร็จ หลังจากนั้นโลกใบใหม่ของสาวน้อย ''ต่าย อรทัย'' ก็เกิดขึ้นพร้อมกับอัลบั้ม ''ดอกหญ้าในป่าปูน'' กับงานเขียนของ ครูสลา คุณวุฒิ และ สวัสดิ์ สารคาม ที่ถ่ายทอดตัวตนที่แท้จริงของ ''ต่าย อรทัย'' ลงในเนื้อเพลงได้อย่างลงตัว 
     

    ผนวกกับด้วยน้ำเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมทั้งส่งเพลงแจ้งเกิด ''โทรหาเหน่เด้อ'' ที่โดนใจเหล่าแฟนเพลงอย่างล้นหลามทำให้ยอดจำหน่ายเกิน 1,000,000 ล้านตลับ
     

    ในปี 2554 สาวต่ายได้ขึ้นแท่นเจ้าแม่ google ที่มีผู้ค้นหาสูงสุดประจำปี 2554 และรัศมีความแรงยังไม่หมดยังได้รับรางวัล ผู้หญิงต้นแบบผู้สร้างแรงบันดลใจแก่สังคมประจำปี 2554 ผู้ชักนำเข้าวงการ บ่าวข้าวเหนียว (นายสงกรานต์ แข็งฤทธิ์), สาวบ้านเชียง (นางพรพิมล พันธ์รัตน์) ครูเพลง ครูสลา คุณวุฒิ อัลบั้มสร้างชื่อ ดอกหญ้าในป่าปูน, ขอใจกันหนาว, อยู่ในใจเสมอบทเพลงสร้างชื่อ โทรหาแหน่เด้อ, ดอกหญ้าในป่าปูน,วันที่บ่มีอ้าย,ขอใจกันหนาวผลงานการันตี ยอดขายเกินล้านตลับ 3 อัลบั้มรวด
     

    นี่คือของแท้ ไม่ใช่เก๊ทำเหมือนอย่างศิลปินบางคนที่กำลังหลงตัวเอง...เพราะกว่าจะมาเป็นศิลปินที่โด่งดังอย่างแท้จริงนั้น มันต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง อย่าง ''ต่าย อรทัย'' กว่าจะมายืนบน ''หอคอยงาช้าง'' ได้ มันยากยิ่งกว่า ''เข็นครกขึ้นภูเขา''
     

    จึงไม่แปลกที่ ดอกหญ้า ที่ชื่อ ''ต่าย อรทัย'' จะเบ่งบานอยู่ในใจของทุกคน...!!


ที่มา http://www.siamdara.com/music/120125_82815.html
25 มกราคม 2555 8:53 น
บันทึกการเข้า

หนุ่มอีสาน...ลูกหลานเมืองดอกบัว..อุบลราชธานี
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Rss
Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines

www.onsorn.com
OnsOrN 2010 Theme Design By KaDo Theme Edit By NyOAT