ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สถิติการใช้งานฟอรั่ม:
จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 100,546
จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 10,030
จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 4,021
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: รถยนต์ติดแก๊ส... เป็นยังไงบ้างครับ..  (อ่าน 11436 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
แบงค์
Bank
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,016

14


« เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

วันนี้ผมเพิ่งเอารถไปติดแก๊ส.....LPG
ไม่ทราบว่าสมาชิกท่านใด ได้ลองติดใช้แล้วมั้ง.....ขอความเห็นหน่อยครับ..
ว่า...ประหยัดขึ้นมากขนาดใหน.....เครื่องรวนกวนบาทารึเปล่า......

รถผม... ISUZU Vertex ....
รอลุ้นว่าจะใช้ได้ดีรึเปล่า....ตอนเย็นรับรถ....ค่าติดตั้งก็ 16,500 บาท
เป็นแบบปรับสวิตช์แก็สกะน้ำมันอัตโนมัติ แบบฟิก... ไม่รู้ถูกรึแพงไปรึเปล่า....
บันทึกการเข้า

เกิดเมืองน้ำดำ...แต่มาทำงานที่ โคราช...ตอนนี้เลยเป็นคนโคราชไปแล้วครับ..
ชา ว๊อคแมน
ให้ความสุขกับตัวเองและครอบครัว ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 103
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,023

ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเมียน้อย


เว็บไซต์
« ตอบ #1 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

 Smiley ว้าว ทำได้ถูกมากนะครับ บ้านผม 2 หมื่น กว่า (นครพนม) เขาว่าประหยัดจนลืมน้ำมันเลยล่ะ แต่ถ้ารถยังใหม่ๆ บริษัทไม่แนะนำให้ทำ และไม่รับผิดชอบหากเกิดปัญหากับระบบเครื่องยนต์  ผมก็ว่าจะเอา City คันเล็ก ไปทำอยู่เหมือนกัน
ไม่รู้ท่านทำที่ไหนครับ
บันทึกการเข้า

3 ไฟล์ อมตะของเพลงมิดี้ที่ไม่มีวันตาย รายละเอียด คลิ๊ก http://www.chamidi.blogspot.com/
ไกรสร
VIGO UPDATE.COM_Friends Everywhere VGC 1597
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 524

14


« ตอบ #2 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

เห็นเขาว่าประหยัดเงินเยอะครับ Roll Eyesแต่เห็นในข่าวตอนแก๊สLPGระเบิดมันน่ากลัวมากเลย Evilถ้าแก๊ส NGVก็น่าจะปลอดภัยกว่า Cool
บันทึกการเข้า

รักดนตรี  VIGO UPDATE.COM_ VGC 1597
kraisonjaidee@yahoo.com
ป๊อก มิวสิคโปร
ทำสังคมให้น่าอยู่ เพื่อ ความน่าอยู่ของสังคม
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 99
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,307

POG_MUSICPRO


« ตอบ #3 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

16500 บาท ถือว่าถูกมากครับ ที่บ้านผมเชียงใหม่ทำสองระบบนี้อยู่ที่ 24,000-25,000 บาทครับ
บันทึกการเข้า

eXtreme Karaoke Hardlock เชียงใหม่ติดต่อได้ที่
Tel..081-9806850
POG_MUSICPRO@HOTMAIL.CO.TH
POGMUSICPRO2@GMAIL.COM
แบงค์
Bank
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,016

14


« ตอบ #4 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

ผมทำที่โคราชครับ...
แถวเคหะ เซพวัน...ร้านช่างหน่อง....
วันนี้ 5 โมงเย็น นัดเอารถ....ได้ผลยังไง..จะมาเล่าให้ฟังครับ....
บันทึกการเข้า

เกิดเมืองน้ำดำ...แต่มาทำงานที่ โคราช...ตอนนี้เลยเป็นคนโคราชไปแล้วครับ..
ยุทธเดช
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,887



« ตอบ #5 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

 Eat ผมเคยไปส่งเพื่อนทำแถวเพชรบุรีตัดใหม่ 15000ครับ..แบบฟิกมิกเซอร์   ตอนติดเครื่องรถใช้น้ำมันพอขับได้สักพักพอให้เครื่องอุ่นๆก็สับสวิทซ์เป็นใช้แก๊สครับ Afro
บันทึกการเข้า

จะนะ   นะจ๊ะ
sampan
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #6 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

ผมก็ไปติดมา ประหยัดดีครับ จากค่าน้ำมันเดือนละ 4,000 บาท  หลังจากไปติดมาแล้ว ค่าใช้จ่ายเดือนละ 2,000 บาท กว่า  ไปที่นี่เลยครับ บริการดี

http://www.cngauto.com/
บันทึกการเข้า
สุปัน
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 43
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 605

จงให้โดยอย่าหวังสิ่งตอบแทน.จะเกิดความสุขที่แท้จริง


« ตอบ #7 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

ผมรู้จักคน 3 คน
1.  คนในโครงการติด Gas.......เขาบอกว่ารัฐให้เงินสนับสนุนแล้ว...............ซึ่งจริงแล้ว....ควรต้องทำวิจัยถึงผลเสียในระยะยาวเพราะ Gas เผาไหม้สะอาดหมดจรดในห้องเครื่องจนลูกสูบไม่เหลือหล่อลื่น  ระยะยาวลูกสูบอายุสั้น
2.  คนติด Gas คนที่ 1 กับรถยี่ห้อแรก T ....เก๋ง พอติดมาแล้วใช้ได้สักระยะ รถดับกลางถนน.....บ่อยมาก คิดดูก็แล้วกัน ดับกลางถนนในกรุงเทพฯ เสียเงินซ่อมไปโข
3. เพื่อนซี้ ติด Gas กับ รถหรูตรวจการณ์ราคาหลายล้าน ทรู......เสียเงินซ่อมอีกมาก เพราะมันจุดระเบิดหัวจ่ายน้ำมันตลอดทั้งที่ใช้ Gas
..............นี่เป็นข้อมูลใกล้ตัวของผมขอรับจ้าวนาย..
แต่หากติดมาแล้วไม่มีปัญหาก็ OK ครับ อย่าคิดมาก  ประหยัดกันไว้ก่อน  เพราะเราคงใช้กันไม่เกิน 10 ปีหรอก คงเปลี่ยนรถกันใหม่ได้ 
           แต่หมั่นดูแลบำรุงรักษาหน่อยครับ  อย่าให้มันรั่วก็แจ๋วแหว๋วแล้ว
           ผมเองยังใช้แค่ ดีเซลอยู่เลย.................................................
บันทึกการเข้า

นายเปี๊ยก
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 96
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,494


HL: 2C8DA523


« ตอบ #8 เมื่อ: 07 กรกฎาคม 2006 »

เห็นเขาว่าประหยัดเงินเยอะครับ Roll Eyesแต่เห็นในข่าวตอนแก๊สLPGระเบิดมันน่ากลัวมากเลย Evilถ้าแก๊ส NGVก็น่าจะปลอดภัยกว่า Cool


ขอออกความเห็นหน่อยนะครับ      พอดีคนใกล้ตัวติดมา
ประเด็นแรกนะครับ  ที่ว่า NGV ปลอดภัยกว่า   ขอแย้งนะครับเพราะว่า NGV  แรงดันในถังจะสูงกว่า LPG  ข้อสังเกตุ
LPG จะอยู่ใกล้ชิดกับเรามาโดยตลอด ก็ถังแก็สในครัวเรานั่นเอง เราเคยเห็นถังแก็สในบ้านเราระเบิดได้เองหรือเปล่า
เราลองเอาถังแก็สในครัวออกมาหน้าบ้านแล้วเปิดแก็สแล้วก็จุดไฟมันจะพ่นออกตลอดเวลา(ดับเพลิงเขาทำให้ดู นะ)
รถแท็กซี่ใน กทม.ติดแก็ส LPG มาเป็น 10 ปีแล้ว ไม่เคยได้ข่าวว่ารถระเบิด  และเสียง่ายเพราะถ้าเสียง่ายเจ้าของ
คงไม่กล้าติดแน่ ๆ   ส่วน NGV ความดันในถังจะสูงกว่า ของ NGV หลายเท่าตัว   ถ้า สมมุตินะ ถ้าเกิดการระเบิด
ค่าความเสี่ยงของ NGV จะสูงกว่า LPG มาก   และตอนนี้ NGV ปตท.ผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว
ถังต่อถัง  LPG ไปได้ไกลกว่า  หาที่เติมง่ายกว่า  น้ำหนักถังน้อยกว่ามากเติมได้มากกว่า NGV มีข้อจำกัดที่ถังหนา
เพราะแรงดันสูง เติมได้น้อย    LPG มีปัญหาตรงที่ตอนติดใหม่ ๆ ต้อง จูนให้เข้าที่ลงตัวถ้าไม่ลงตัวปัญหาตรึม
น้องชายผม ใช้ NV ไปติดมาบ่นตลอดเวลาว่า ติดช้าไปหน่อยเพราะประหยัดลงกว่าครึ่ง 
ส่วนเรื่องราคาค่าติดตั้ง NGV แพงกว่าหลายเท่าตัว วันนี้มีคนรู้จักไปติดมา(07/07/2549) ราคา 12,000.- ของใหม่
ที่ทราบมาเป็นอย่างนี้   แต่ถ้าเป็นเรื่องที่รู้มาผิด ๆ ก็ขออภัยด้วยเน้ย  ข้าน้อยสมควรตาย 1000 ครั้ง แต่ครั้งนี้ขอ
กันสักครั้งก็แล้วกัน  ฮิ ฮิ ฮิ          ข้อ สะ-แน (เสนอ + แนะนำ)   ไม่มีดีฟ่า เอาเป็นว่าตอนนี้อยากได้ สามห่วงทนสามห่วง
มาติด LPG ซักคัน    แถมอีกหน่อยเพื่อนผมเอากะบะ มาเปลี่ยนเป็นตระกูล J  หรือ G อะไรปานนี้แหละ จาก 90 กว่าแรง
เป็น 190 กว่าแรงแถมเกียร์ออโต้ด้วย ประหยัดกว่าด้วย  เขาบอกว่าเสียใจที่ .....ติดข้าไปหน่อย
                                                                                                                                     Star Wars
บันทึกการเข้า

...ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเถอะครับ...
grete
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #9 เมื่อ: 11 กรกฎาคม 2006 »

อยู่ขอนแก่นนะครับ
ใช้มา 7 สัปดาห์พอดี  ผมใช้ ฮุนได อีแลนทรา 1600 ซีซี รถเก่าใช้มา 9 ปี ระบบหัวฉีด
ปกติค่าน้ำมันเดือนละ  4000 - 5000 บาท
หลังใช้แกส  2000 -2500 (แกส 2000 + น้ำมัน 91 อีก 500 บาท)
ราคาติดตั้ง 18,000 บาท  LPG
ระบบสวิทย์ ออโต (ถ้าเครื่องร้อนจะไปสู่แกสอัตโนมัติ  เคยแกสหมดกลางถนนทีหนึ่งก็ใช้น้ำมันได้ตามปกติ)
ระบบปรับสวิทย์ไปใช้แกสอย่างเดียว หรือน้ำมันอย่างเดียวก็ได้
การใช้ จะออกตัวไม่ดีเท่าน้ำมัน  เครื่องไม่รวน เดินเรียบตามปกติ
จากการถามช่าง (สอบถามและตัดสินใจอยู่ประมาณ 1 เดือน ก่อนติดตั้ง ไปถาม 3 ร้าน)
ผมใช้หม้อต้ม(ตัวผสมของเกาหลี ถ้าของอิจาลีราคา 20000 กว่า)
ปกติรถผมกินน้ำมัน91 ประมาณ 10 กม./ลิตร แกสประมาณ 9 กม./ลิตร (ราคาปัจจุบัน 10.20 บาท)
ต้องมีน้ำมันสำรองถัง 1/4  เพื่อสตาร์ทลูกสูบจะไม่แห้ง
ความเห็น  1.รถใหม่ไม่ควรติด ถ้าจะติด รอซื้อรสแกสเลยดีกว่าเพราะ แน่แนนอายุการใช้งานลูกสูบประมาณ 3-5ปี
                2.รถเก่าเกิน 5 ปี คิดเอาเอง ครับ ถึงความคุ้มทุน ถ้าเกิน 7 ปี ควรอย่างยิ่ง
                3.บางแห่งเขาจะติดตั้ง 2 T (ที่ใช้กับรถจักนยานยนต์) ด้วยเพื่อกันลูกสูบแห้ง ถ้ารถรุ่นเก่าที่ใช้คาบูเรเตอร์เขาจะติดให้
แต่ถ้ารถใหม่ที่ใช้ระบบหัวฉีดไม่จำเป็น (ผลดี-เสียพอๆกัน ช่างบอกว่าบางทีทำให้รั่วซึมได้ง่าย)
ความปลอดภัย  1.ถังแกสมี มอก.ทุกถัง คงไม่ระเบิดง่าย หากรั่วมากระบบจะปิดวาวล์อัตโนมัติ
                        2.ถังแก้สอยู่ด้านหลังฝากระโปรง ไกลคนขับพอสมควร ถ้าเกิดอุบัติเหตุคงไม่ต่างจากน้ำมันมากนัก

บันทึกการเข้า
แบงค์
Bank
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,016

14


« ตอบ #10 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2006 »

รายงานถังแรกที่ใช้งานครับ.....

เรื่องการประหยัด...ดีกว่านิดหนึ่งครับ...(ช่างบอกถังแรกอย่าเพิ่งคิด...แต่ก็อดคิดไม่ได้.. Smiley)
...............จากที่เคยใช้ 91 อยู่ที่ประมาณ โลละ..ประมาณ 2 บาทกว่าๆ
................ ถังแรกที่คำนวณแบบคร่าวๆ...อยู่ที่... โลละ ประมาณ 1 บาท กับอีก 50 ตังค์....
................( ช่างบอกว่า รถผมน่าจะปรับได้ ต่ำกว่า โลละบาท....ก็ต้องค่อยปรับไปเรื่อยๆครับ...)

.... เกี่ยวเครื่องยนต์ที่เห็นได้ชัดเจน
1. อัตราเร่งช้า..กว่าน้ำมันพอสมควร...ถ้าเป็นคนขับรถแข่งคง บายๆ จริงๆ..แต่ผมเรื่อยๆ ครับ...เร่งไปเรื่อยๆ ก็เกิน 120 ได้เหมือนกัน
2. ความแน่มนวลของรถ....ก็เหมือนกับน้ำมันทุกประการครับ...
3. ช่วงที่ปรับจาก น้ำมันเป็นแก๊ส...ใช้รับเป็นตัวปรับ..ก็แค่เร่งเครื่องให้รอบถึง 2000 รอบต่อนาที มันก็เปลี่ยนAuto ครับ จากนั้นก็ขับเหมือนขับรถที่ใช้น้ำมันเลยครับ....

....ความรู้สึกอึดอัด....
...แน่นอนมันมีอยู่แล้ว...ก็ท้ายรถเรา หายไปเกือบครึ่ง...(จะเอาใครแบบท้ายรถไม่ได้เลย...) Grin...(ไม่มีหรอก...)

... ภายในรถ...ก็ยังหอมเหมือนเดิมด้วยกลิ่นที่คุ้นเคย...(ไม่มีกลิ่นแก๊ส...จะมีก็ของผมเองรึไม่ก็ลูกสาวละก็แม่บ้าน... Grin)

.... ล่าสุดถังที่สอง.....หลังจากที่ไปเติมเมื่อวานและก็วิ่ง...ความดันแก๊สในถัง ลดลง 15%จาก (90 มาเป็น 75) (แก๊สที่เติม 40.25ลิตร)
... กม. ที่วิ่งได้ตั้งแต่เติ่ม..... 68 กม.
....แก๊สที่ใช้ไป 15% ของ 40.25 ลิตร ก็เป็น 6.04 ลิตร คิดเป็นเงิน 6.04x10.30 = 62.2 บาท
แสดงว่าที่วิ่งไปคิดเป็น  62.2 /68 = 0.9145 บาทต่อกิโล

..... แสดงว่าตอนนี้ รถผมวิ่งได้ที่ กม. ละ 91 ตังค์ละครับ......

เดี๋ยวไว้หมดถึงจะคำนวณให้ท่านสมาชิกได้ดูอีกทีครับ......ละก็สายๆ จะเอากล้องไปถ่ายรูปมาให้พี่น้องได้ดู-วิจารย์ด้วยครับ....

ออ...พูดถึงเรื่องหม้อต้มที่ท่าน grete บอกมา ของผม...ช่างบอกว่าเป็นของอิตาลี่(แชมป์บอลโลก... Grin)ครับ..
.
(...อีกเรื่องที่ใช้การคำนวณคิดเป็นหน่วย..... บาท / กม.  ก็จะได้เทียบด้านความประหยัดให้เห็นได้ชัดๆ ครับ)
บันทึกการเข้า

เกิดเมืองน้ำดำ...แต่มาทำงานที่ โคราช...ตอนนี้เลยเป็นคนโคราชไปแล้วครับ..
ชา ว๊อคแมน
ให้ความสุขกับตัวเองและครอบครัว ตอนที่เรายังมีชีวิตอยู่
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 103
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,023

ไม่ดื่มเหล้า ไม่สูบบุหรี่ ไม่มีเมียน้อย


เว็บไซต์
« ตอบ #11 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2006 »

 Afro  ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ผมเองก็กำลังหาข้อมูลอยู่  และคิดว่าจะติดแน่นอน กับ Honda City คันเล็กของแม่บ้าน รถ 7 ปี
บันทึกการเข้า

3 ไฟล์ อมตะของเพลงมิดี้ที่ไม่มีวันตาย รายละเอียด คลิ๊ก http://www.chamidi.blogspot.com/
แบงค์
Bank
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 54
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,016

14


« ตอบ #12 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2006 »

1.มาดูเครื่องผมกันก่อนครับ....เพิ่งถ่ายเสร็จ...ยังร้อนๆ อยู่เลย....



2.ตามด้วยหม้อต้ม.. ยี่ฮ้อ..VOLTRAN



3.ตามด้วยตัวหลอกหัวฉีดน้ำมัน



4.ตามด้วยตำแหน่งที่ใส่แก๊ส



5.ตำแหน่งที่เทียบศุนย์ยากาศ....(ไม่แน่ใจว่าใช่รึเปล่า)...แต่น่าจะใช่เดาเอาครับ...



6.ตามด้วยตัวปรับจูน...เห็นช่างเขาหมุนๆ ตัวนี่แหละ....แต่ไม่รู้มีที่อื่นอีกรึเปล่านะครับ...แฮ..



7.ตัวปรับสวิสช์อัตโนมัติ......ของยี่ฮ้อ  ATX-4



8.ทีนี้ก็มาดูถังแก๊สบ้างครับ...ของผมนี่ขนาด 58 ลิตร

บันทึกการเข้า

เกิดเมืองน้ำดำ...แต่มาทำงานที่ โคราช...ตอนนี้เลยเป็นคนโคราชไปแล้วครับ..
นายเปี๊ยก
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 96
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,494


HL: 2C8DA523


« ตอบ #13 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2006 »

ขอเพิ่มอีกนิดนะ ไม่เกี่ยวกับการติดแก็สแต่เห็นว่าอาจมีประโยชน์บ้าง
เขาว่ามาอีกนั่นแหละ (ป้องกันตัวเองไว้ก่อน)
ถ้ามีปัญหา ไฟหน้าไม่สว่าง ECU เพี้ยน เกียร์อัตโนมัติความเร็วตกที่รอบสูง
และอะไรที่เกี่ยวกับไฟ  ช่างที่ศูนย์ BMW (ว่าเข้าไปนั่น) เขาแนะนำให้เดิน
สายดินเพิ่ม   หมายควายว่า  จากขั่ว ลบของแบตลากสายไปที่ ไฟหน้า 2 เส้น
ไปที่เครื่อง 1 เส้น  ไปที่ หัวฉี่ 1 เส้น ECU กะ กล่องเกียร์ 1 เส้น เอาไปแปะไว้
ใกล้ ๆ ก็พอเห็นเขาทำแล้ว OK เลย  และมีขายแถวคลองถมด้วย มี 5 เส้นพอดี
ราคาประมาณ 500  สายใหญ่มาก  ลองดูนะครับอาจจะดีก็ได้  ส่วนคนที่ติดแล้ว
บอกว่าดีขึ้น (ไม่รู้ว่าหลอกให้เราเสียเงินตามหรือเปล่า) ก็ตัดสินใจกันเองแล้วกัน
                                                                                                      สตาร์วอหาย 
บันทึกการเข้า

...ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเถอะครับ...
leo 1
บุคคลทั่วไป
« ตอบ #14 เมื่อ: 12 กรกฎาคม 2006 »

อืมมม .....ข้อมูลดีๆทั้งน้านเลย ขอบคุณคร๊าาบ
บันทึกการเข้า
ชายเสรี
อยู่ด้วยใจรัก
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 44
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,541

ผู้ชายมีน้อยโปรดใช้สอยอย่างประหยัด


« ตอบ #15 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2006 »

ผมเองไม่คำนึงเรื่อง สภาพเครื่องและอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ครับ เพราะว่า ที่กล้าพูดอย่างนี้เพราะรถผมมันเก่าแล้ว ตั้งแต่ปี 93 โน่น และผ่านการเปลี่ยนเครื่องยนต์มาแล้วด้วย แต่ที่คำนึงคือค่าใช้จ่ายต่อวัน ต่อเดือนในการขับไปทำงานนี่แหละครับ ตอนยังไม่ติดแกสใช้น้ำมัน 91 ค่าใช้จ่ายวันละประมาณ 300 บาท (เพาะค่าน้ำมัน)
หลังการติดตั้ง  ผมเติมแกสเต็มถัง 40 ลิตร ประมาณ 380 บาท ผมวิ่งได้ สามวันกว่า ๆ (ไม่ออกนอกลู่นอกทางนะ)
ราคาที่ติดมาระบบอัตโนมัติเหมือนกัน 15,500 บาท ก็ตอนนี้ก็มีเงินให้ค่าขนมลูกเพิ่มขึ้นหละครับ ตัวเองก็ไม่ต้องกินมาม่า เพื่อเก็บเงินไว้ค่าน้ำมัน  อิอิ

ส่วนข้อมูลเพิ่มเติมสำหรับท่านที่คิดจะติด ขอแนะนำดังนี้ครับเดียวเอามาให้อ่านเพื่อเป็นแนวทางนะครับ
บันทึกการเข้า

หลายคนรู้ หลายคนยังไม่รู้ ถ้ารู้แล้วไม่ตอบ อีกหลายคนก็ไม่รู้
ชายเสรี
อยู่ด้วยใจรัก
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 44
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 1,541

ผู้ชายมีน้อยโปรดใช้สอยอย่างประหยัด


« ตอบ #16 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2006 »

NGV แตกต่างกับ LPG อย่างไร
 
           ๐ หลายคนเข้าใจผิดว่า NGV กับ LPG คือ เชื้อเพลิงชนิดเดียวกัน และไม่ทราบถึงข้อแตกต่าง ซึ่งความจริงแล้ว NGV ต่างจาก LPG อย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก NGV มีสถานะเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ โอกาสในการติดไฟยากมาก และหากมีการรั่วไหล NGV จะฟุ้งกระจายขึ้นบนอากาศอย่างรวดเร็ว ไม่สะสมอยู่บนพื้น จึงมีความปลอดภัยสูงมาก สำหรับ LPG (Liquefied Petroleum Gas) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม ที่ใช้กันในครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงรถแท็กซี่นั้น มีสถานะเป็นของเหลวที่หนักกว่าอากาศ หากรั่วไหลจะมีการสะสมและติดไฟได้ง่าย ในส่วนของค่าออกเทนนั้น NGV มีค่าออกเทนสูงกว่า LPG คือ มีค่าออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ LPG มีค่าออกเทนอยู่ที่ 105 RON
 
อุปกรณ์ NGV และค่าใช้จ่าย
     • รถเครื่องยนต์เบนซิน ติดตั้งอุปกรณ์ NGV โดยใช้ระบบเชื้อเพลิงทวิ (Bi Fuel) สามารถเลือกใช้เบนซิลหรือ NGV เป็นเชื้อเพลิง แบ่งเป็น 2 ระบบใหญ่ ดังนี้
        • แบบดูดก๊าซ(Fumigation)
            - ชนิดวงจรเปิด (คล้ายกับระบบใช้ก๊าซ LPG ในแท็กซี่ส่วนใหญ่) ค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000-35,000 บาท/คัน (รวมถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร)
            - ชนิดวงจรปิด มีระบบอิเล็กทรอนิกส์ ควบคุมการจ่ายก๊าซ ค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000-50,000 บท/คัน (รวมถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร)
        • แบบน้ำฉีด (Injection) ให้สมรรถนะใกล้เคียงกับรถเบนซิล ค่าใช้จ่ายประมาณ 50,000-60,000 บาท/คัน (รวมถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร)
     • รถเครื่องยนต์ดีเซลติดตั้งอุปกรณ์ NGV โดยใช้ระบบเชื้อเพลิงร่วม (Diesel Dual Fuel) สามารถเลือกใช้ NGV ร่วมกับ Diesel หรือใช้ Diesel เพียงอย่างเดียว ค่าใช้จ่ายประมาณ 30,000-45,000 บาท/คัน (รวมถังก๊าซฯ ขนาด 70 ลิตร)
 
ผลกระทบเรื่องบ่าวาล์วจากการติดตั้ง NGV
 
เมื่อใช้ก๊าซธรรมชาติแทนน้ำมันเบนซิน
บ่าวาล์วจะมีการสึกหรอเร็วขึ้นกว่าเมื่อใช้เบนซินแน่นอน
เนื่องจากการเผาไหม้ของก๊าซธรรมชาติเกิดเขม่าน้อยกว่าเบนซิน
จึงไม่มีเขม่าช่วยรองรับการสึกหรอของบ่าวาล์วเหมือนเมื่อใช้เบนซิน
จากประสบการณ์จะสึกเร็วกว่าประมาณเกือบสองเท่า
ผลของการสึกหรอของบ่าวาล์วคือจะทำให้ระยะห่างของก้านวาล์วลดลงเร็วกว่าปกติ
จึงต้องปรับตั้งระยะห่างก้านวาล์วบ่อยกว่าปกติสองเท่า
คือปรับตั้งระยะห่างดังกล่าวทุก 40,000 กม. แทนที่จะเป็นทุก 80,000 กม.
อายุของบ่าวาล์วแทนที่จะเป็น 400,000 กม. ก็เหลือ 200,000 กม.
ซึ่งก็มากพอที่เจ้าของรถไม่ต้องห่วง
และเมื่อบ่าวาล์วสึกหรอเต็มที่แล้วก็เปลี่ยนได้ในราคาไม่แพง (อย่างมากก็เป็นหมื่น
ปกติจะต่ำกว่าหมื่น) คิดเป็นค่าสึกหรอ 5 สตางค์ต่อกิโลเมตรในส่วนของบ่าวาล์ว
แทนที่จะเป็น 3 สตางค์ถ้าใช้น้ำมันเบนซิน
 
อัตราการสึกหรอของบ่าวาล์วสามารถลงได้หากใช้ความเร็วต่ำ หรือวิ่งใช้งานในเมือง
และสลับใช้น้ำมันเบนซินบ้าง ประมาณ 1 ชั่วโมงต่อการใช้ก๊าซ 10 ชั่วโมง
 
สรุปว่าไม่เห็นว่าจะเป็นอุปสรรคในการใช้รถมากนัก
เพราะการสึกหรอของบ่าวาล์วไม่ได้มีผลต่อสมรรถนะเครื่องยนต์และเป็นการสึกหรอที่
ต้องเกิดอยู่แล้วแต่อาจจะเร็วขึ้นถึงสองเท่าหากใช้รถแบบไม่ถนอม
แต่ถ้าใช้อย่างระวังก็แทบจะไม่รู้สึกว่าเป็นปัญหาเพราะกว่าจะต้องเปลี่ยน (สวม)
บ่าวาล์วใหม่ก็ต้องใช้รถไปแล้ว 200,000 กม.
อย่างไรก็ตามต้องหมั่นให้ช่างปรับตั้งระยะห่างวาล์วทุก 40,000 กม.
 
PTT NGV ราคาถูก ประหยัด คุ้มค่า”3.อยากเปลี่ยนมาใช้ NGV มากครับ เพราะทราบว่าราคาถูก แต่อยากให้ลองเทียบราคากับพลังงานอื่น ๆ และอยากทราบราคาค่าติดตั้งเพิ่มเติมด้วยครับ?
 
           ๐ ราคา NGV ถูก ประหยัด คุ้มค่า เป็นที่ทราบกันดีว่า PTT NGV มีราคาถูกกว่าเชื้อเพลิงชนิดอื่น ประหยัด และคุ้มค่า เนื่องจากถังก๊าซขนาด 70 ลิตร 1 ถัง จุ PTT NGV ได้ 15 กก. วิ่งได้ระยะทาง 150 – 200 กิโลเมตร ประหยัดกว่าน้ำมันทันทีถึง กม.ละ 1.80 บาท ล่าสุด ทาง ปตท. ยังคงตรึงราคา NGV ไว้ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาททุกสถานี แม้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิดจะปรับตัวสูงขึ้น เพื่อช่วยเหลือแบ่งเบาภาระผู้ใช้รถ รวมทั้งเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ NGV ทดแทนการใช้น้ำมันมากขึ้น โดยเฉพาะในภาวะวิกฤติราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ตามสูตรราคา NGV นั้นจะอิงกับราคาน้ำมันดีเซล โดยคิดราคาครึ่งหนึ่งของราคาน้ำมันดีเซล แต่มีเพดานราคาที่จะไม่ปรับสูงเกินกว่า 10.34 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งขณะนี้ราคา NGV ถูกกว่าราคาน้ำมันเบนซิน 95 ถึง 67% ถูกกว่าราคาน้ำมันเบนซิน 91 ถึง 65% ถูกกว่าราคาน้ำมันดีเซล 53% และถูกกว่าราคาก๊าซ LPG 33% (บนฐานค่าความร้อนที่เท่ากัน) ซึ่งถ้าคุณขับรถ 500 กิโลเมตร จะประหยัดค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงได้มากถึง 700 บาท และสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้ปีละหลายหมื่นบาท
 
            ๐ รายละเอียดราคา NGV เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น
 
เชื้อเพลิง          บาท/ลิตร          ค่าใช้จ่าย
เบนซิน 95     27.34 บาท / ลิตร      2.73 บาท / 1 กม.
เบนซิน 91      26.54 บาท / ลิตร      2.65 บาท / 1 กม.
แก๊สโซฮอล์      25.84 บาท / ลิตร      2.58 บาท / 1 กม.
ดีเซล               24.19 บาท / ลิตร      2.41 บาท / 1 กม.
LPG                  9.40 บาท / ลิตร        1.20 บาท / 1 กม.
PTT NGV      8.50 บาท / กิโลกรัม      0.85 บาท / 1 กม.
 

หมายเหตุ: ราคา ณ วันที่ 17 ตุลาคม 2548
คำนวณที่อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง น้ำมันเบนซิน 10 กม. / ลิตร:PTT NGV 10 กม./ กก. ก๊าซหุงต้ม (LPG) 8 กม. / ลิตร
 

ผมสนใจติดตั้งอุปกรณ์ NGV อยู่เหมือนกันครับ แต่อยากทราบว่า อุปกรณ์ NGV มีกี่แบบ มีรถยนต์ยี่ห้อไหนบ้างที่ใช้ NGV ได้ ติดตั้งอย่างไร และควรไปติดตั้งที่ไหนดีครับ ?
 
           ๐ การติดตั้งอุปกรณ์ NGV มี 2 แบบด้วยกัน คือ แบบที่ใช้กับรถเครื่องยนต์เบนซินและแบบที่ใช้กับรถเครื่องยนต์ดีเซล สำหรับรถที่เครื่องยนต์เบนซินมี 2 ระบบ คือ ระบบดูดก๊าซและระบบฉีดก๊าซ
 
           1.ระบบดูดก๊าซ เหมาะกับรถยนต์รุ่นเก่าที่เป็นเครื่องยนต์แบบคาร์บูเรเตอร์หรือท่อร่วม ID เป็นโลหะ ระบบนี้ติดตั้งและบำรุงรักษาง่าย คุ้มทุนเร็ว ราคาถูกกว่า ราคาติดตั้งอยู่ที่ 30,000 – 50,000 บาท (ราคารวมถังและอุปกรณ์ NGV )
 
           2.ระบบฉีดก๊าซ เหมาะกับรถยนต์รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นระบบที่ไฮเทค ให้กำลังและอัตราเร่งเครื่องยนต์ใกล้เคียงการใช้น้ำมันเบนซินมากกว่าระบบดูดก๊าซ ไม่ทำให้เกิดการเผาไหม้ย้อนกลับ (Backfire) อัตราความประหยัดในการวิ่งค่าเชื้อเพลิงต่อวันของระบบนี้คุ้มกว่าระบบดูดก๊าซ ราคาติดตั้ง 52,000 - 65,000 บาท (ราคารวมถังและอุปกรณ์ NGV ) ในปัจจุบันนี้ รถที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซลสามารถใช้ NGV ได้เช่นกัน โดยติดตั้งอุปกรณ์ NGV ระบบดูดก๊าซ ซึ่ง NGV และดีเซลทำงานควบคู่กันตลอดเวลา จะต่างจากระบบเบนซินที่ใช้น้ำมันช่วงแรกที่ออกตัว แล้วหลังจากนั้นจะเปลี่ยนเป็นการทำงานของ NGV อย่างเดียว ระบบติดตั้งสำหรับรถเครื่องยนต์ดีเซลนี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายลงประมาณ 25 % ราคาติดตั้งอยู่ที่ 30,000 – 45,000 บาท (ราคารวมถังและอุปกรณ์ NGV )
 
รถยนต์ยี่ห้อใดที่ใช้ NGV ได้บ้าง
 
           ๐ รถยนต์ทุกยี่ห้อและทุกประเภท ทั้งรถยนต์ รถกระบะ และรถตู้สามารถติดตั้งอุปกรณ์ NGV ได้ทั้งสิ้น โดยรถยนต์แต่ละคันจะติดตั้งอุปกรณ์ NGV ระบบใดนั้น แนะนำให้สังเกตจากท่อร่วม ID ของเครื่องยนต์ ถ้าท่อร่วม ID เป็นพลาสติก (ส่วนมากจะเป็นรถยนต์ใหม่) แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV แบบหัวฉีด ส่วนถ้าท่อร่วม ID เป็นโลหะ (ส่วนมากรถยนต์เก่า) แนะนำให้ติดตั้งอุปกรณ์ NGV แบบดูดก๊าซ ซึ่งถ้ารถที่มีท่อร่วม ID เป็นพลาสติก แล้วไปเลือกติดตั้งอุปกรณ์ NGV แบบดูดก๊าซ จะต้องระวังมาก ๆ ในเรื่องของกรณี Backfire หรือเครื่องจามได้ ซึ่งคุณสามารถนำรถยนต์เข้ามาตรวจสอบการใช้ระบบติดตั้งที่เหมาะสม หรือสอบถามราคาและรายละเอียดที่อู่ติดตั้งทั้ง 14 บริษัทในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่ให้บริการสะดวกรวดเร็วในการติดตั้ง
 
 
 
ก่อนที่ผมจะตัดสินใจติดตั้งอุปกรณ์ NGV อยากทราบว่าแนวโน้มปริมาณคนที่ใช้ก๊าซ NGV ตอนนี้เป็นอย่างไร และมีแผนงานพัฒนาส่งเสริมการใช้ก๊าซ NGV ในอนาคตอย่างไรบ้างครับ ?
 
           ๐ แนวโน้มปริมาณผู้ใช้รถติดตั้งอุปกรณ์ NGV สูงขึ้นต่อเนื่อง จากวิกฤตราคาน้ำมันเชื้อเพลิงทั่วโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง พบว่าหลายประเทศมีการปรับแผนเพื่อเร่งรัดการใช้ก๊าซ NGV เป็นพลังงานทางเลือกมากขึ้น เช่น ประเทศมาเลเซีย ที่ปัจจุบันมีรถยนต์ NGV ประมาณหมื่นกว่าคัน และคาดการณ์ว่าในปี พ.ศ. 2553 รถยนต์ NGV จะเพิ่มขึ้นเป็น 5 หมื่นคัน ส่วนประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี ก็มีความพยายามในการใช้ก๊าซ NGV มากขึ้นเช่นเดียวกัน ในขณะที่ปัจจุบันประเทศไทยมีรถยนต์ที่ใช้ก๊าซ NGV รวมแล้วกว่า 6,500 คัน ได้แก่ รถทุกประเภท คือ รถแท็กซี่ รถเก๋ง รถกระบะ รถตู้ รถโดยสาร ตลอดจนรถใช้งานภายในองค์กร
 
แผนงานพัฒนาส่งเสริมการใช้ก๊าซ NGV ในอนาคต
 
           ๐ กระทรวงพลังงาน ได้มอบหมายให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) เร่งแผนส่งเสริมการใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ หรือ NGV ให้มากยิ่งขึ้น ซึ่งคาดว่าในปี พ.ศ. 2551 จะเพิ่มเป็น 1.8 แสนคัน โดยแนวทางการส่งเสริมให้ใช้ก๊าซ NGV จะมุ่งไปที่รถซึ่งมีปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปริมาณมากหรือที่ใช้งานหนัก อาทิ รถแท็กซี่ในกรุงเทพฯ รถขนส่งมวลชน รถโดยสาร รถตู้ ซึ่งรถเหล่านี้จะต้องเสียเงินเติมน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นเงินต่อเดือนสูงมาก หากนำมาเปลี่ยนเป็นก๊าซ NGV ก็สามารถประหยัดค่าใช้จ่ายลงเกือบครึ่งต่อครึ่ง
 
           ๐ ในขณะเดียวกัน ปตท. เตรียมเปิดขยายสถานีบริการเพิ่มขึ้นอีกกว่า 20 แห่ง โดยภายในปลายปี พ.ศ.2548 นี้จะเพิ่มเป็น 60 แห่ง และภายในปี พ.ศ. 2551 จะเพิ่มเป็น 180 แห่ง เพื่อรองรับแนวโน้มอัตราจำนวนผู้ใช้รถติดตั้งอุปกรณ์ NGV ในประเทศที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง นอกจากนี้ แม้ว่าน้ำมันจะปรับราคาสูงขึ้นในระดับใดก็ตาม เพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจให้กับผู้ใช้รถยนต์ติดตั้งอุปกรณ์ NGV รัฐบาลจึงวางแผนกำหนดเพดานราคาก๊าซ NGV ไว้ไม่เกิน 10.34 บาท/กิโลกรัม โดยมีนโยบายกำหนดเพดานราคาก๊าซ NGV ดังนี้
 
            ปัจจุบัน – ปี 2549 กำหนดราคาร้อยละ 50 ของราคาขายปลีกน้ำมันดีเซล
            ปี 2550 ปรับเป็นร้อยละ 55 ของราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 91
            ปี 2551 ปรับเป็นร้อยละ 60 ของราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 91
            ปี 2552 ปรับเป็นร้อยละ 65 ของราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน 91
            ทั้งนี้ ปัจจุบัน ปตท. ยังคงลดราคาก๊าซ NGV โดยจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 8.50 บาท
 
          หาความรู้เพิ่มเติมกันได้อีกที่เวป

http://www.gasthai.com/
 
บันทึกการเข้า

หลายคนรู้ หลายคนยังไม่รู้ ถ้ารู้แล้วไม่ตอบ อีกหลายคนก็ไม่รู้
นายยอด
o.สู้ทุกลมหายใจเข้าออก.o
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 67
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 2,066


<<HS7ADD>>


เว็บไซต์
« ตอบ #17 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2006 »

ข้อมูลเยี่ยมมากเลยครัพี่ชาย Afro
บันทึกการเข้า

rnj
VIP Member
Jr. Member
*****

จิตพิสัย: 9
ออฟไลน์ ออฟไลน์

กระทู้: 101

14


« ตอบ #18 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2006 »

๐ หลายคนเข้าใจผิดว่า NGV กับ LPG คือ เชื้อเพลิงชนิดเดียวกัน และไม่ทราบถึงข้อแตกต่าง ซึ่งความจริงแล้ว NGV ต่างจาก LPG อย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก NGV มีสถานะเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ โอกาสในการติดไฟยากมาก และหากมีการรั่วไหล NGV จะฟุ้งกระจายขึ้นบนอากาศอย่างรวดเร็ว ไม่สะสมอยู่บนพื้น จึงมีความปลอดภัยสูงมาก สำหรับ LPG (Liquefied Petroleum Gas) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม ที่ใช้กันในครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงรถแท็กซี่นั้น มีสถานะเป็นของเหลวที่หนักกว่าอากาศ หากรั่วไหลจะมีการสะสมและติดไฟได้ง่าย ในส่วนของค่าออกเทนนั้น NGV มีค่าออกเทนสูงกว่า LPG คือ มีค่าออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ LPG มีค่าออกเทนอยู่ที่ 105 RON

   ขออนุญาตลอกมาครับ  ในกรณีที่รั่วไม่มีวันที่จะฟุ้งกระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็วแน่นอน เพราะถังทั้งสองอย่างจะติดอยู่ในกระโปงหลังรถ ไม่ได้อยู่ในที่โล่ง ถ้าจะเป็นอันตราย ทั้งสองตัวไม่ต่างกันแน่นอน แต่ถ้าถังระเบิด NGV อันตรายกว่าแน่นอนเนื่องจากแรงดันในถังสูงมาก
   NGV เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยออกจากกรุงเทพมากนัก เนื่องจากว่า ปั๊มต่างจังหวัดมีน้อยหรือไม่มี
   LPG มีปั๊มเติมตลอดทั่วเส้นทางหลักทั่วไทยหรือไม่มีจริงๆใช้ถังแก็สบ้านมาเติมก็ได้โดยใช้อุปกรณ์ถ่ายถังซึ่งมี
   ใช้กันมากมาย
สำหรับท่านที่อยากติดแต่ยังลังเล แนะนำให้รีบติดเถอะครับ เลือกเอาตามใจชอบระหว่าง LPG หรือ NGV
สำหรับท่านที่กลัวก็อย่าไปติดเลยครับ เพราะติดแล้วขับรถระแวงอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่ดีแน่
บันทึกการเข้า
นายเปี๊ยก
VIP Member
สมาชิกรุ่นบุกเบิก
*****

จิตพิสัย: 96
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 3,494


HL: 2C8DA523


« ตอบ #19 เมื่อ: 13 กรกฎาคม 2006 »

กำลังหาเอกสารงานวิจัย ฯ  อยู่  ถ้าได้มาเมื่อไหร จะมาเล่าให้ฟัง  แต่ที่แน่ ๆ  คนทำวิจัย ฯ  เอารถไปติด LPG  มาแล้ว
ส่วนคนที่ผมว่าเขาบ่นตอนติดมาแล้ว ก็  rnj คนนี้แหละ เขาบ่นว่า ไม่.....น่า.....ติด......ช้า.... เลย น่าจะติดมาตั้งโดนแล้ว
                                                                                                                                                              Star Wars 
บันทึกการเข้า

...ใช้ภาษาไทยให้ถูกต้องเถอะครับ...
ไกรสร
VIGO UPDATE.COM_Friends Everywhere VGC 1597
VIP Member
Hero Member
*****

จิตพิสัย: 8
ออฟไลน์ ออฟไลน์

เพศ: ชาย
กระทู้: 524

14


« ตอบ #20 เมื่อ: 14 กรกฎาคม 2006 »

๐ หลายคนเข้าใจผิดว่า NGV กับ LPG คือ เชื้อเพลิงชนิดเดียวกัน และไม่ทราบถึงข้อแตกต่าง ซึ่งความจริงแล้ว NGV ต่างจาก LPG อย่างสิ้นเชิง เนื่องจาก NGV มีสถานะเป็นก๊าซที่มีน้ำหนักเบากว่าอากาศ โอกาสในการติดไฟยากมาก และหากมีการรั่วไหล NGV จะฟุ้งกระจายขึ้นบนอากาศอย่างรวดเร็ว ไม่สะสมอยู่บนพื้น จึงมีความปลอดภัยสูงมาก สำหรับ LPG (Liquefied Petroleum Gas) ก๊าซปิโตรเลียมเหลว หรือก๊าซหุงต้ม ที่ใช้กันในครัวเรือน โรงงานอุตสาหกรรม รวมไปถึงรถแท็กซี่นั้น มีสถานะเป็นของเหลวที่หนักกว่าอากาศ หากรั่วไหลจะมีการสะสมและติดไฟได้ง่าย ในส่วนของค่าออกเทนนั้น NGV มีค่าออกเทนสูงกว่า LPG คือ มีค่าออกเทนสูงถึง 120 RON จึงสามารถนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ได้เป็นอย่างดี ขณะที่ LPG มีค่าออกเทนอยู่ที่ 105 RON

   ขออนุญาตลอกมาครับ  ในกรณีที่รั่วไม่มีวันที่จะฟุ้งกระจายไปในอากาศอย่างรวดเร็วแน่นอน เพราะถังทั้งสองอย่างจะติดอยู่ในกระโปงหลังรถ ไม่ได้อยู่ในที่โล่ง ถ้าจะเป็นอันตราย ทั้งสองตัวไม่ต่างกันแน่นอน แต่ถ้าถังระเบิด NGV อันตรายกว่าแน่นอนเนื่องจากแรงดันในถังสูงมาก
   NGV เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ค่อยออกจากกรุงเทพมากนัก เนื่องจากว่า ปั๊มต่างจังหวัดมีน้อยหรือไม่มี
   LPG มีปั๊มเติมตลอดทั่วเส้นทางหลักทั่วไทยหรือไม่มีจริงๆใช้ถังแก็สบ้านมาเติมก็ได้โดยใช้อุปกรณ์ถ่ายถังซึ่งมี
   ใช้กันมากมาย
สำหรับท่านที่อยากติดแต่ยังลังเล แนะนำให้รีบติดเถอะครับ เลือกเอาตามใจชอบระหว่าง LPG หรือ NGV
สำหรับท่านที่กลัวก็อย่าไปติดเลยครับ เพราะติดแล้วขับรถระแวงอยู่ตลอดเวลา ก็ไม่ดีแน่

 Afro Afro Grin
บันทึกการเข้า

รักดนตรี  VIGO UPDATE.COM_ VGC 1597
kraisonjaidee@yahoo.com
หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Rss
Powered by SMF 1.1.16 | SMF © 2006-2009, Simple Machines

www.onsorn.com
OnsOrN 2010 Theme Design By KaDo Theme Edit By NyOAT