
เอาแบบคร่าวๆนะ เครื่องดนตรีไทยที่มีทั้ง 4 ประเภท คือ ดีด สี ตี เป่า1.
เครื่องดีด พิณ กระจับปี่ จะเข้ ซึง
2.
เครื่องสี ซอสามสาย ซออู้ และซอด้วง สะล้อ มีส่วนประกอบที่สำคัญคือ
- คันซอ ทำด้วยไม้หรืองาช้าง
- ลูกบิด
- รัดอก เป็นบ่วงเชือกสำหรับรั้งสาย
- หย่อง เป็นไม้ชิ้นเล็กใช้หมุนสาย
- คันชัก
3.
เครื่องตี แบ่งเป็น
3.1 เครื่องตีที่ทำด้วยไม้ เช่น กรับพวง กรับเสภา ระนาด
3.2 เครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ เช่น ฆ้องวง ฆ้องราง ฆ้องหุ่ยฯลฯ ฉิ่ง ฉาบ กังสะดาน มโหระทึก
3.3 เครื่องตีที่ทำด้วยหนัง เช่น กลองแขก กลองชนะ กลองทัด ตะโพน กลองชาตรี กลองต๊อก กลองมลายู โทน บัณเฑาะว์ เปิงมาง รำมะนา
4.
เครื่องเป่า ขลุ่ยนก ขลุ่ยหลีบ ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยกรวด ขลุ่ยอู้ ปี่นอก ปี่กลอง ปี่ใน ปี่ไฉน ปี่ชวา ปี่มอญ แตรงอน แตรฝรั่ง
การดูแลรักษาเครื่องประเภทที่ 1 และ 2 ส่วนใหญ่ ตัวเครื่องทำมาจากไม้ ดังนั้นจึงควรเก็บในที่แห้ง ไม่ชื้นแฉะ สายก็ให้ชะโลมด้วยชัน หรือยางสน เคลือบไว้ กรณีซอ หรือพิณหากไม่ได้เล่นนานๆก็อาจต้องหย่อนสายไว้ แต่พวก ขิม จะเข้ คงไม่ต้องหย่อนสาย หากมีซองหรือถุงหรือกล่องใส่ก็จะเก็บและกันความชื้นได้ดีกว่าการวางไว้โดยไม่มีการห่อหุ้ม
การดูแลประเภทเครื่องตี 3.1 เก็บให้ห่างจากน้ำ ความชื้น เก็บในที่แห้ง ไม่ต้องบำรุงรักษามากนัก ส่วนระนาดเมื่อเลิกเล่นก็ให้ปลดจากราง ไว้ก็ได้ หรือหาผ้าคลุมรางระนาดเพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้น
3.2 เนื่องจากทำมาจากโลหะ ดังนั้นการเก็บรักษาควรชะโลมด้วยนำมัน เช่น น้ำมันจักรเย็บผ้า(หาซื้อง่ายไม่เหนียวเหนอะ) หมั่นเช็ดทำความสะอาด เก็บในที่แห้งห่างไกลความชื้น
3.3 ทำมาจากหนังและไม้ ต้องเก็บให้ห่างไกลความชื้น ถ้ามีซองใส่ก็ดีเช่น
การดูแลประเภทที่ 4. หลังเป่าทุกคั้ง สะบัดน้ำลายให้หมด ตากให้แห้ง เก็บใส่ซองหรือกล่องให้มิดชิด เท่านี้ก็จะอยู่กับเราได้นานแสนนาน